“นายกฯ” เยือน “เวียดนาม” จับมือยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดันการค้าพุ่ง 25,000 ล้านดอลลาร์
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ในโอกาสเดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายเล มิญ ฮึง พร้อมเข้าร่วมการหารือเต็มคณะระหว่างสองประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการเยือนเวียดนามในฐานะนายกรัฐมนตรีครั้งแรก และเกิดขึ้นในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดผลสำเร็จจากการเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดีโต เลิม ตลอดจนร่วมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างสองประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผสานจุดแข็งของไทยและเวียดนามเข้าด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมกระชับความสัมพันธ์ในทุกมิติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการหารือและการประสานงานในระดับรัฐบาล รวมถึงกลไกความร่วมมือต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับประเด็นการหารือสำคัญระหว่างสองประเทศ ประกอบด้วย
ด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการใช้กลไกความร่วมมือที่มีอยู่ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-เวียดนาม ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และการประชุมนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีร่วมอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อผลักดันผลการหารือไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดหวังว่าจะสามารถจัดการประชุมดังกล่าวได้ภายในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งประเทศไทยจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ
ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ทั้งสองประเทศตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ทะลุ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเดินหน้ายกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจผ่านยุทธศาสตร์การเชื่อมโยง 3 ด้าน ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตร่วมกันในระยะยาว โดยอาศัยศักยภาพและจุดแข็งของทั้งสองประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ไทยยังเสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการค้าในระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือทางการค้าให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือในภาคการธนาคารและการเงินระหว่างกัน
สำหรับข้อเสนอและอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนที่ภาคเอกชนไทยได้สะท้อนต่อนายกรัฐมนตรีนั้น ฝ่ายเวียดนามยืนยันพร้อมรับไปพิจารณาและดำเนินการอำนวยความสะดวก เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าประชาชนไทยและเวียดนามต่างมีความชื่นชอบในวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชีวิตของกันและกัน ซึ่งความสัมพันธ์ในระดับประชาชนถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างสองประเทศในทุกมิติ
ในด้านความมั่นคง ไทยและเวียดนามเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือผ่านกลไกคณะกรรมการด้านความมั่นคง โดยมุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนความร่วมมือในระดับภูมิภาค นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้แสดงความชื่นชมบทบาทของไทยในการผลักดันกระบวนการสันติภาพในเมียนมา และการใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขความขัดแย้ง พร้อมทั้งเห็นพ้องกับไทยในการส่งเสริมความเชื่อมโยงภายใต้กรอบความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งด้านการคมนาคมและความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องที่จะร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียน ส่งเสริมความเป็นเอกภาพของภูมิภาค และเพิ่มศักยภาพของอาเซียนในการเจรจาและต่อรองบนเวทีโลก ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

