“ศาลรัฐธรรมนูญ” ตีตกคำร้อง “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง–PDPA” ชี้ร้องศาลอื่นได้

“ศาลรัฐธรรมนูญ” ตีตกคำร้อง “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง–PDPA” ชี้ร้องศาลอื่นได้
  • Published10 มิถุนายน 2026

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.69 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย กรณีที่ นายรชต์เขตต์ โรจนมณเฑียร ยื่นขอให้ศาลพิจารณาว่าการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีรหัสแท่ง (บาร์โค้ด) บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งเป็นบัตรเสีย รวมถึงกรณีการเก็บรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นทางการเมืองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

คำร้องดังกล่าวระบุว่า การดำเนินการของ กกต. อาจขัดต่อระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 129 และอาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้อง อีกทั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญในหลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 25 วรรคหนึ่ง มาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50 (7) และมาตรา 224 วรรคหนึ่ง (2)

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบ หากผู้ร้องเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ สามารถใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม

ศาลยังเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ประกอบมาตรา 46 วรรคสาม จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา และนายรชต์เขตต์ไม่อาจยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้