“ปปส.” ถก “ตร.ออสเตรเลีย” จัดหาทนายให้ “แอร์สาว” คดีหิ้วยาเสพติด จ่อจับเครือข่ายในไทย 1–2 วัน
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ดินแดง กรุงเทพฯ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) และเจ้าหน้าที่หน่วยงานรักษาความมั่นคงชายแดนออสเตรเลีย (ABF) เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวและความคืบหน้าคดีเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า การหารือครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม “Taskforce Storm” ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 โดยเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนตั้งแต่จุดเริ่มต้นของคดีที่มีการจับกุม น.ส.มีนา (สงวนนามสกุล) ที่ประเทศออสเตรเลีย และติดตามเส้นทางขบวนการที่เกี่ยวข้องร่วมกันระหว่างสองประเทศ
โดยยืนยันว่า ทั้งไทยและออสเตรเลียมีข้อมูลร่วมกันในภาพรวมแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการขยายผล จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการสืบสวน
พ.ต.ต.สุริยา ระบุเพิ่มเติมว่า ในคดีดังกล่าว ทางการออสเตรเลียได้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรม โดยจัดหาทนายความให้กับ น.ส.มีนา เพื่อให้ได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างครบถ้วน ขณะที่ไทยและออสเตรเลียยังอยู่ระหว่างการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ส่ง ผู้รับ และผู้โอนเงิน
สำหรับประเด็นการตรวจพบยาเสพติดในกระเป๋าเดินทางนั้น พ.ต.ต.สุริยา ระบุว่า เป็นการตรวจพบตั้งแต่ขั้นตอนศุลกากรที่สนามบินในประเทศออสเตรเลีย โดยมีการตรวจสอบสัมภาระจำนวน 12 ใบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันชนิดและปริมาณที่แน่ชัด
พร้อมย้ำว่า ประเด็นการสำแดงสัมภาระเป็นไปตามขั้นตอนของทางการออสเตรเลีย และอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นข้อต่อสู้ในคดีหรือไม่
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวต่อว่า จากข้อมูลการสืบสวนขณะนี้ พบว่ามีตัวละครที่เกี่ยวข้องในฝั่งปลายทางจริง และอยู่ระหว่างการติดตามตัว โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ รวมถึงจำนวนเครือข่ายที่แน่ชัด แต่มีทั้งผู้ส่ง ผู้รับ และผู้โอนเงินในขบวนการ
ขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดที่ใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงไปยังออสเตรเลีย รวมถึงการประสานติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับระหว่างประเทศ
พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับผู้เกี่ยวข้องบางส่วน และคาดว่าในอีก 1–2 วัน จะมีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเพิ่มเติม ร่วมกับตำรวจนครบาลและสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกคดี
นอกจากนี้ ยังระบุว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับคดีดังกล่าว และเตรียมนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เพื่อกำหนดแนวทางเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ การสแกน และการป้องกันการลำเลียงยาเสพติดข้ามประเทศ
ด้านผู้แทนหน่วยงาน ABF ของออสเตรเลีย ระบุว่า ไทยและออสเตรเลียมีความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายมาอย่างยาวนาน พร้อมขอบคุณ ป.ป.ส. ที่ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อรับมือภัยคุกคามด้านยาเสพติดในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด

