บุกจับสารเร่งเนื้อแดง! อายัดของกลาง 32 ล้าน พบโคฉีดสาร 967 ตัว สกัดก่อนถึงผู้บริโภค
“ศพร.” ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง เดินหน้าสกัดขบวนการสารเร่งเนื้อแดง ก่อนกระทบตลาดโคเนื้อเป็นวงกว้าง หลังเจ้าหน้าที่บูรณาการปฏิบัติการต่อเนื่องนานกว่า 8 เดือน ตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตั้งแต่เนื้อโค ฟาร์มเลี้ยง อาหารสัตว์ ไปจนถึงตลาด พบโคที่เกี่ยวข้อง 967 ตัว พร้อมอายัดของกลางมูลค่ารวมกว่า 32 ล้านบาท และจับผู้จำหน่ายสารต้นทาง พบเส้นทางเงินสะพัดกว่า 80 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินงานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมี นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง
นายสรวุฒิ กล่าวว่า ตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ ศพร. บูรณาการการทำงานเพื่อสกัดกั้นขบวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ล่าสุดเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้บูรณาการปฏิบัติการสกัดกั้นสารเร่งเนื้อแดงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 8 เดือน
จากการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงในหลายจุด ตั้งแต่เนื้อโค ฟาร์มเลี้ยงโค อาหารสัตว์ ไปจนถึงตลาด โดยพบโคที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบรวม 967 ตัว และสามารถอายัดของกลางได้เป็นมูลค่ารวม 32,366,240 บาท พร้อมจับกุมผู้จำหน่ายสารเร่งเนื้อแดงต้นทาง ซึ่งพบว่ามีเงินหมุนเวียนในเส้นทางการจำหน่ายกว่า 80 ล้านบาท
การสกัดกั้นในครั้งนี้ถือเป็นการหยุดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ก่อนที่โคและเนื้อสัตว์ที่เกี่ยวข้องจะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและถึงมือผู้บริโภค โดยสามารถสกัดเนื้อและโคที่เกี่ยวข้องได้มากกว่า 125 ตัน
ทั้งนี้ ศพร. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งเส้นทางการจำหน่าย ผู้ที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น ยาซัลบูตามอล เป็นยาอันตรายและเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด เนื่องจากสารดังกล่าวอาจตกค้างอยู่ในเนื้อสัตว์และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง
กลุ่มที่ต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก โดยผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีสารตกค้างอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะ และหากได้รับสารในปริมาณสูงหรือมีอาการรุนแรง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
อธิบดีกรมปศุสัตว์ย้ำว่า ห้ามนำสารเร่งเนื้อแดงหรือสารเคมีต้องห้ามมาผสมในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดทางอาญาและอาจได้รับโทษทั้งจำคุกและปรับ
พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ โดยควรเลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และสังเกตเครื่องหมายรับรอง “ปศุสัตว์ OK” จากกรมปศุสัตว์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเนื้อสัตว์มีมาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค

