ตร.คุมฝากขัง 4 ผู้ต้องหาคดีฆ่าอำพราง 5 ศพ จ.ชลบุรี “ไอ้ธง” 1 ในคนร้าย กล่าวขอโทษญาติเหยื่อ อ้างถูกบังคับร่วมก่อเหตุ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในคดีฆาตกรรมและฝังอำพรางศพผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย ไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว ขณะที่หนึ่งในผู้ต้องหาเอ่ยปากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมอ้างว่าถูกบังคับให้ร่วมก่อเหตุ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรห้วยใหญ่ ได้นำตัว นายฑนา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง, นายธงชัย หรือ “ธง” ศรีนิล, นายอัษฎางค์ หรือ “บอล” และนายชัชนันท์ หรือ “ฟลุ้ค” ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อส่งตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง หลังถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง จากคดีฆ่าอำพรางผู้เสียชีวิตรวม 5 ราย
ระหว่างถูกควบคุมตัว นายป๋องมีสีหน้าสงบนิ่ง พยายามก้มหน้าและปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับแรงจูงใจในการก่อเหตุ รวมถึงไม่กล่าวคำขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยผู้สื่อข่าวสังเกตพบว่าบริเวณดวงตาซ้ายมีรอยบวมช้ำ
ด้านนายธงมีสีหน้าเคร่งเครียดและก้มหน้าตลอดเวลา ท่ามกลางญาติของผู้เสียชีวิต 3 รายที่เดินทางมาติดตามการฝากขัง พร้อมร้องไห้และตะโกนถามถึงเหตุผลในการสังหารสมาชิกในครอบครัว
ในช่วงแรก ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ตอบคำถามใด ๆ แต่เมื่อขึ้นนั่งบนรถควบคุมผู้ต้องหา นายธงได้ยินเสียงญาติผู้เสียชีวิตซึ่งรู้จักกันมาก่อน จึงเงยหน้าขึ้นกล่าวคำขอโทษ พร้อมอ้างว่าไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นครอบครัวดังกล่าว และระบุว่าถูกนายป๋องบังคับให้ร่วมก่อเหตุ โดยอ้างว่าหากไม่ทำ ครอบครัวของตนอาจได้รับอันตราย
อย่างไรก็ตาม ญาติผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า แม้จะได้ยินคำขอโทษแล้ว แต่ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม พร้อมยืนยันเพียงว่าต้องการให้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรม
ญาติอีกคนหนึ่งกล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังครอบครัวหายตัวไปได้เข้าแจ้งความกับตำรวจทันที แต่ในช่วงแรกการติดตามคดีเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากเจ้าหน้าที่บางส่วนติดภารกิจ และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวยังไม่ได้รับข้อมูลความคืบหน้าที่ชัดเจน
นอกจากนี้ ญาติยังปฏิเสธกระแสข่าวที่เชื่อมโยงครอบครัวผู้เสียชีวิตกับยาเสพติด โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง แม้ผู้เสียชีวิตหญิงจะเคยต้องโทษเมื่อหลายปีก่อน แต่หลังพ้นโทษได้ประกอบอาชีพสุจริต ทำแคบหมูจำหน่ายและเช่าพื้นที่ค้าขายเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว
ส่วนภาระหนี้สินของครอบครัวนั้น ญาติระบุว่า เคยกู้เงินรายวันเพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในกิจการและเป็นค่าใช้จ่ายส่งบุตรสาวเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้มีหนี้สินจำนวนมาก และยังชำระหนี้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา พร้อมคณะ ได้เดินทางมายัง สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อเข้าร่วมรับฟังการสอบสวนผู้ต้องหาตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยระบุว่า คดีนี้เป็นคดีอาญาร้ายแรง มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จึงต้องมีทนายความเข้าร่วมการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/1
นายสุขสันต์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมดในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมถึงข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อรูปคดี
ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาบางรายอ้างว่ามีอาการป่วยทางจิตนั้น จำเป็นต้องมีผลตรวจและความเห็นจากแพทย์มายืนยัน หากพบว่ามีอาการจริง ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่ามีผลต่อความรับผิดทางอาญาหรือการกำหนดโทษหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปในประเด็นดังกล่าว
ภายหลังเสร็จสิ้นการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาฝากขัง พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง มีอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุซ้ำ
ขณะที่ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีมีกำหนดลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยที่ร่วมปฏิบัติภารกิจคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญครั้งนี้

