“อนุทิน” ลั่น “โกงสอบท้องถิ่น” ต้องจบ 30 ก.ย.นี้ ย้ำแค่ย้ายไม่พอ ใครเอี่ยวต้องออกจากราชการไว้ก่อน
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับให้การตรวจสอบและดำเนินการทางวินัยกรณีทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องได้ข้อยุติภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยไม่มีการขยายเวลา พร้อมสั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและรองปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด
นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องจบภายในเวลาที่กำหนด และจะไม่มีการปกป้องหรือช่วยเหลือผู้ใด เนื่องจากเรื่องได้ล่วงเลยมาระยะหนึ่งแล้ว ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้ดำเนินการไปแล้วหลายส่วน จึงเห็นว่ากระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่องต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาด
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เร่งดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จ หากการสอบสวนยังไม่เรียบร้อย จะยังไม่พิจารณาเรื่องการเกษียณหรือการโยกย้ายตำแหน่งตามปกติ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และจากผลการสอบสวนที่ผ่านมาเริ่มพบข้อมูลเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบและขยายผลตามพยานหลักฐาน โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้สั่งการให้หลายหน่วยงานร่วมกันดำเนินการ ทั้งการสอบสวนทางวินัย การดำเนินคดีอาญา และการตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน
นายอนุทินกล่าวว่า หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ ขณะนี้พบความเชื่อมโยงของการกระทำที่มีลักษณะเป็นขบวนการ แต่การดำเนินการตามกฎหมายยังต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและให้หน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับการตรวจสอบทรัพย์สินนั้น ก่อนหน้านี้รัฐบาลเปิดเผยว่า ปปง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถยึดและอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับคดีได้แล้วกว่า 320.86 ล้านบาท ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 และอยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติม
ขณะที่ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายอนุทินระบุว่า ปปง.ได้ยึดทรัพย์บุคคลภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วกว่า 380 ล้านบาท และยังเชื่อว่ายังมีทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องขยายผลการตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ข้าราชการที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด การโยกย้ายเพียงอย่างเดียวถือว่ายังไม่เพียงพอ
“หากการตรวจสอบพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทยต้องสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลดำเนินการอย่างเต็มที่ ไม่มีความเกรงกลัวอิทธิพล และไม่มีการปกป้องช่วยเหลือผู้ใด” นายอนุทินกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านมา ไม่เคยรับทราบว่ามีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาก่อน แต่เมื่อเข้ามารับผิดชอบและได้รับข้อมูลแล้ว จะดำเนินการตรวจสอบและไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ รัฐบาลได้ดำเนินการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้มีการพบข้อมูลการแก้ไขคะแนนสอบหลายราย และมีการดำเนินการทางวินัยกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง ขณะที่หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายอยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องและเส้นทางทรัพย์สินตามพยานหลักฐาน

