“ปภ.” เผยน้ำท่วม “29 จังหวัด-กทม.” อ่วม! กระทบกว่า 9.4 แสนครัวเรือน เร่งระดมเครื่องจักรช่วย
เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 69 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 29 จังหวัด ได้แก่ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด บุรีรัมย์ ชัยภูมิ นครราชสีมา และสุรินทร์ รวมถึงกรุงเทพมหานคร โดย ปภ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในหลายพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับมีมวลน้ำจากภาคเหนือไหลลงมาสมทบกับปริมาณน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้ขณะนี้มีสถานการณ์อุทกภัยใน 29 จังหวัด รวม 167 อำเภอ 890 ตำบล 5,077 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 940,300 ครัวเรือน หรือ 2,602,309 คน และกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต โดยเป็นข้อมูลจากศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 29 ก.ย. 69 เวลา 06.00 น.
ภาคเหนือ
🔸 จังหวัดตาก เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองตาก อ.บ้านตาก อ.วังเจ้า อ.อุ้มผาง และ อ.แม่ระมาด รวม 8 ตำบล 45 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,162 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดพิษณุโลก เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ชาติตระการ อ.เนินมะปราง อ.วังทอง อ.นครไทย และ อ.บางระกำ รวม 21 ตำบล 82 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 129 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดเพชรบูรณ์ เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ อ.ชนแดน อ.บึงสามพัน อ.วิเชียรบุรี อ.ศรีเทพ และ อ.หนองไผ่ รวม 9 ตำบล 19 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 82 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดนครสวรรค์ เกิดน้ำท่วมใน 11 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.แม่วงก์ อ.ตาคลี อ.ไพศาลี อ.ลาดยาว อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองนครสวรรค์ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก และ อ.ตากฟ้า รวม 54 ตำบล 280 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,777 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ภาคกลาง
🔸 จังหวัดอุทัยธานี เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองฉาง อ.ห้วยคต อ.สว่างอารมณ์ อ.หนองขาหย่าง อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.เมืองอุทัยธานี และ อ.ทัพทัน รวม 44 ตำบล 222 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,734 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
🔸 จังหวัดลพบุรี เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองลพบุรี อ.ท่าหลวง อ.พัฒนานิคม อ.โคกสำโรง และ อ.บ้านหมี่ รวม 23 ตำบล 84 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,657 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
🔸 จังหวัดชัยนาท เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองชัยนาท อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ อ.สรรพยา และ อ.หันคา รวม 22 ตำบล 69 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 596 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดสิงห์บุรี เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสิงห์บุรี อ.อินทร์บุรี และ อ.พรหมบุรี รวม 3 ตำบล 9 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 180 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดสุพรรณบุรี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.เมืองสุพรรณบุรี อ.ศรีประจันต์ อ.ดอนเจดีย์ อ.สามชุก และ อ.เดิมบางนางบวช รวม 42 ตำบล 251 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,985 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดกาญจนบุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ไทรโยค 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดอ่างทอง เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย และ อ.วิเศษชัยชาญ รวม 8 ตำบล 24 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 298 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
🔸 จังหวัดสระบุรี เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองแซง อ.มวกเหล็ก อ.เมืองสระบุรี อ.พระพุทธบาท อ.แก่งคอย อ.หนองแค อ.วังม่วง และ อ.หนองโดน รวม 21 ตำบล 53 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 297 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.บางปะอิน อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะหัน และ อ.บัวหลวง รวม 107 ตำบล 579 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 28,176 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดสมุทรปราการ เกิดน้ำท่วมใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสมุทรปราการ อ.บางเสาธง อ.บางพลี อ.บางบ่อ อ.พระประแดง และ อ.พระสมุทรเจดีย์ รวม 38 ตำบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 260,784 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 8 ราย ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดปทุมธานี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี อ.เมืองปทุมธานี อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลำลูกกา อ.หนองเสือ และ อ.ลาดหลุมแก้ว รวม 55 ตำบล 499 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 113,323 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดนนทบุรี เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนนทบุรี อ.บางกรวย และ อ.ปากเกร็ด รวม 3 ตำบล 3 หมู่บ้าน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดนครปฐม เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองนครปฐม อ.พุทธมณฑล อ.กำแพงแสน อ.นครชัยศรี อ.สามพราน อ.บางเลน และ อ.ดอนตูม รวม 55 ตำบล 302 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,203 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
ภาคตะวันออก
🔸 จังหวัดนครนายก เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากพลี อ.เมืองนครนายก อ.บ้านนา และ อ.องครักษ์ รวม 61 ตำบล 190 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,038 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดปราจีนบุรี เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.นาดี อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง และ อ.ศรีมโหสถ รวม 41 ตำบล 199 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,106 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดน้ำท่วมใน 11 อำเภอ ได้แก่ อ.บางน้ำเปรี้ยว อ.พนมสารคาม อ.บางคล้า อ.ท่าตะเกียบ อ.สนามชัยเขต อ.แปลงยาว อ.เมืองฉะเชิงเทรา อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง อ.คลองเขื่อน และ อ.ราชสาส์น รวม 52 ตำบล 421 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 19,346 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดสระแก้ว เกิดน้ำท่วมใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองสระแก้ว อ.วัฒนานคร อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง อ.คลองหาด อ.วังน้ำเย็น และ อ.เขาฉกรรจ์ รวม 28 ตำบล 169 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,564 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 6 ราย ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดชลบุรี เกิดน้ำท่วมใน 10 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองชลบุรี อ.สัตหีบ อ.พนัสนิคม อ.ศรีราชา อ.บางละมุง อ.บ้านบึง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ อ.พานทอง และ อ.บ่อทอง รวม 78 ตำบล 354 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118,723 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
🔸 จังหวัดระยอง เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ปลวกแดง อ.บ้านค่าย อ.เขาชะเมา อ.นิคมพัฒนา และ อ.แกลง รวม 5 ตำบล 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 350 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดจันทบุรี เกิดน้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อ.แก่งหางแมว อ.โป่งน้ำร้อน อ.นายายอาม อ.เขาคิชฌกูฏ อ.มะขาม อ.ท่าใหม่ อ.ขลุง และ อ.เมืองจันทบุรี รวม 35 ตำบล 299 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,326 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดตราด เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บ่อไร่ อ.เขาสมิง และ อ.เมืองตราด รวม 17 ตำบล 138 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 659 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
🔸 จังหวัดบุรีรัมย์ เกิดน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.นางรอง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.ประโคนชัย อ.พลับพลาชัย และ อ.ปะคำ รวม 33 ตำบล 279 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,846 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดชัยภูมิ เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เกษตรสมบูรณ์ อ.บำเหน็จณรงค์ และ อ.ภูเขียว รวม 10 ตำบล 34 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 39 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดนครราชสีมา เกิดน้ำท่วมใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ปากช่อง อ.ปักธงชัย และ อ.ด่านขุนทด รวม 7 ตำบล 20 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,708 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
🔸 จังหวัดสุรินทร์ เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.พนมดงรัก และ อ.ปราสาท รวม 9 ตำบล 63 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 200 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัว
🔸 กรุงเทพมหานคร มีประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำทรงตัว
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ได้กำชับสำนักงาน ปภ. จังหวัดในพื้นที่ประสบภัยให้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดสถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบและเตรียมดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่จะคลี่คลายลง

