“กนง.” มติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1.00% ขยับเพิ่ม GDP ปีนี้เป็น 2.4% ส่วนปี 70 คาดโต 2.1%

“กนง.” มติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1.00% ขยับเพิ่ม GDP ปีนี้เป็น 2.4% ส่วนปี 70 คาดโต 2.1%
  • Published28 ตุลาคม 2026

เมื่อวันที่ 28 ต.ค.69 นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.วันนี้ คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ต่อปี โดยในการประชุมครั้งนี้ กรรมการ 1 ท่าน ลาประชุม

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยได้รับแรงส่งต่อเนื่อง จากวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ แต่อัตราการเติบโตยังต่ำกว่าศักยภาพ และผลดียังกระจุกตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นชั่วคราวในปีนี้จากปัจจัยด้านอุปทาน ด้านสินเชื่อรวม ขยายตัวจากธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังคงหดตัว โดยต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง

“คณะกรรมการฯ เห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลาย ควบคู่ไปกับมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด มีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่ทั่วถึง จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ แต่ต้องติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงจากราคาน้ำมัน และผลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งผ่านต้นทุนในระยะข้างหน้า” นายดอน ระบุ

นายดอน กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ยังประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวได้ 2.4% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.3% ส่วนปี 2570 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.1% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.8% โดยมีแรงส่งที่ดีกว่าคาดจากการส่งออก และการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ อย่างไรก็ดี ผลดีจากกิจกรรมดังกล่าวส่วนใหญ่จำกัดอยู่กับธุรกิจ และแรงงานในภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการที่เกี่ยวข้อง

ด้านการบริโภคภาคเอกชน ยังถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ตลาดแรงงานและกำลังซื้อที่เปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยที่เผชิญแรงกดดันค่าครองชีพ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีแนวโน้มปรับลดลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ขณะที่ SMEs ยังเผชิญอุปสรรคในการปรับตัว และปัญหาด้านการแข่งขันที่รุนแรง

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1% และปี 2570 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3% โดยจะปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้จนถึงต้นปี 70 จากราคาพลังงานและผลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ก่อนที่จะกลับไปอยู่ในระดับต่ำจากผลของฐานและอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ ส่วนหนึ่งจากปัญหาเชิงโครงสร้าง

สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 2569 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2% และปี 2570 มีแนวโน้มเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง ยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย ทั้งนี้ ต้องติดตามความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าที่ประเมินไว้จากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน และการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการไปยังอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง

ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากการปรับมุมมองของตลาด ต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่เข้มงวดมากขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับเพิ่มขึ้นบ้างตามทิศทางตลาดการเงินโลก

อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนผ่านสินเชื่อ ซึ่งเป็นช่องทางระดมทุนหลัก ยังทรงตัวสอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยสินเชื่อรวมขยายตัวจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นสำคัญ ส่วนใหญ่เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับเสริมสภาพคล่องของกิจการและรองรับต้นทุนที่สูงขึ้น และอีกส่วนหนึ่งสอดรับกับกระแสการลงทุนระลอกใหม่

ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่องในเกือบทุกสาขา โดยสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง สำหรับคุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัว แต่ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางในระยะข้างหน้า

นายดอน กล่าวว่า ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงิน ที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน เป็นระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน โดยต้องติดตามแนวโน้มและความเสี่ยงเงินเฟ้อ รวมทั้งผลของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว