“ป.ป.ท.” ลุยสอบเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว “พ่อทิพย์” พบทะเบียนบ้านมีชื่อกว่า 200 คน จ้างจดสมรส-หย่า 9 พันบาท
ป.ป.ท. เดินหน้าขยายผลขบวนการ “พ่อทิพย์” หลังพบเบาะแสทุจริตทะเบียนราษฎรและสวมสิทธิ์สัญชาติไทย โดยบางทะเบียนบ้านมีชื่อผู้พักอาศัยมากกว่า 200 คน ขณะที่ชายไทยบางรายรับจ้างจดทะเบียนสมรสอำพราง 5,000 บาท ก่อนจดทะเบียนหย่าอีก 4,000 บาท รวม 9,000 บาท ด้าน “ภราดร” กำชับตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้อง พร้อมเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า ได้เข้าพบนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภายหลังในวันเดียวกัน กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง สำนักงาน ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบังคับใช้กฎหมายในปฏิบัติการ “ตัดบทพ่อทิพย์” เพื่อปราบปรามเครือข่ายทุจริตทะเบียนราษฎรและสัญชาติ ซึ่งมีพฤติการณ์ว่าจ้างชายไทยให้แอบอ้างเป็นบิดา หรือที่เรียกว่า “พ่อทิพย์” เพื่อให้บุตรของคนต่างด้าวได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
นายภูมิวิศาลระบุว่า จากการดำเนินการในครั้งนี้พบเบาะแสว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างน้อยบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงจำเป็นต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในสัปดาห์หน้า นายภราดรจะเดินทางไปมอบนโยบายแก่สำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานต่อไป โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตรวจสอบทะเบียนราษฎรและดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิทางทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหรือหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติงานให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบ และอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตหรือการใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้กระทำผิด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการสืบสวนว่าการปฏิบัติการครั้งนี้สามารถขยายผลไปถึงต้นตอของขบวนการได้แล้วหรือไม่ นายภูมิวิศาลกล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนเชิงลึก จึงขอสงวนรายละเอียดบางส่วนไว้ก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการตรวจสอบ โดยยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าการสืบสวนจะเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดหรือมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเข้มงวด คือการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องกับทะเบียนราษฎร ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ นายภูมิวิศาลตั้งข้อสังเกตว่า หากปล่อยให้บุคคลสามารถเข้ามาใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อให้ได้สิทธิในประเทศไทยโดยมิชอบ ต่อไปอาจเกิดกรณี “พ่อทิพย์ แม่ทิพย์ และลูกทิพย์” เพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังอาจสร้างปัญหาต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว พร้อมตั้งคำถามว่าหากเกิดผลกระทบขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่ตามมา
นายภูมิวิศาลเปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบพบข้อมูลที่น่ากังวล โดยทะเบียนบ้านบางแห่งมีรายชื่อผู้พักอาศัยมากถึง 200 คน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับชายไทยบางรายที่มีพฤติการณ์รับจ้างดำเนินการจดทะเบียนสมรสอำพราง โดยมีรายงานว่าชายคนหนึ่งประกอบอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง และได้รับค่าจ้างในการจดทะเบียนสมรสจำนวน 5,000 บาท ก่อนจะได้รับเงินอีก 4,000 บาทจากการจดทะเบียนหย่าในภายหลัง รวมเป็นเงิน 9,000 บาท
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวย้ำว่า จากนี้ไปเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามระเบียบและอำนาจหน้าที่ ไม่ปล่อยให้เกิดช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริตหรือการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยหากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หน่วยงานต้นสังกัดจะต้องดำเนินการทางปกครองและทางวินัยตามขั้นตอน ขณะที่สำนักงาน ป.ป.ท. จะรับดำเนินการในส่วนของคดีอาญาตามอำนาจหน้าที่
นายภูมิวิศาลระบุด้วยว่า การเข้าพบครั้งนี้เป็นผลจากการที่นายภราดรเรียกหารือ พร้อมสั่งการและกำชับให้สำนักงาน ป.ป.ท. ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดอย่างจริงจัง เพื่อให้การตรวจสอบครอบคลุมทั้งผู้ปฏิบัติการและผู้ที่อาจใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่ขบวนการ โดยจะต้องดำเนินการตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ
เมื่อถามว่าจะมีการเปิดปฏิบัติการปราบปรามขบวนการลักษณะนี้เพิ่มเติมอีกหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า การดำเนินการจะไม่สิ้นสุดเพียงครั้งนี้ แต่จะเดินหน้ากดดันและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะสามารถสะสางปัญหาและทำให้การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนราษฎรและสัญชาติกลับมาอยู่ในกรอบที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบและจัดการกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการ เพื่อป้องกันไม่ให้ขบวนการสวมสิทธิ์สัญชาติไทยสร้างผลกระทบต่อความมั่นคงและสังคมไทยต่อไป

