ปักหมุดรอ! “กทม.” เปิดยื่นเยียวยาน้ำท่วมออนไลน์ 2 ต.ค.นี้ เพิ่มค่าซ่อมบ้านสูงสุด 88,600 บาท
กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมเปิดระบบออนไลน์สำหรับยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต ขณะที่ กทม. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำหลักเกณฑ์ประเมินความเสียหายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมปรับเพิ่มเพดานเงินช่วยเหลือในหลายรายการให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การประเมินความเสียหายเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน โดยจะนำแนวทางจากกรณีอุทกภัยในอดีต เช่น ปี 2554 และปี 2565 มาประกอบการจัดทำหลักเกณฑ์
จากนั้นจะกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนว่า ระดับน้ำ ลักษณะความเสียหาย และหลักฐานประเภทใด สามารถใช้ยื่นขอรับความช่วยเหลือในรายการใดได้บ้าง รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาว่า ตามระเบียบสามารถสนับสนุนหน่วยงานหรือบุคลากรจากส่วนอื่นเข้ามาช่วยสำรวจความเสียหายร่วมกับสำนักงานเขตได้หรือไม่ เพื่อเร่งรัดกระบวนการประเมินให้เร็วที่สุด เนื่องจากคาดว่าจะมีประชาชนยื่นขอรับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก
สำหรับพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัย ขณะนี้ครอบคลุม 38 เขต 118 แขวง โดยหากผลการสำรวจจริงพบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ก็สามารถเสนอขอประกาศพื้นที่เพิ่มเติมได้ หากมีหลักฐานและข้อมูลความเสียหายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สำหรับการยื่นขอรับความช่วยเหลือ กทม. เตรียมเปิดให้ประชาชนยื่นได้ 2 ช่องทาง ทั้งระบบออนไลน์และการยื่นเอกสารที่สำนักงานเขต โดยประชาชนที่ประสบอุทกภัยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจอีก เนื่องจาก กทม. ได้ประสานงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมบัญชีกลาง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว
ส่วนระบบขอรับความช่วยเหลือผ่านช่องทางออนไลน์ กทม. คาดว่าจะเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงเย็นวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม พร้อมแนบรูปถ่ายความเสียหาย สำเนาบัตรประชาชน และเลขที่บัญชีธนาคาร ยื่นผ่านระบบออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานเขต ช่วยลดภาระการเดินทางและลดการใช้เอกสารกระดาษ
สำหรับรายละเอียดเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ เช่น สำเนาโฉนดที่ดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อพิจารณาลดภาระด้านเอกสารให้แก่ประชาชน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปและประกาศรายละเอียดเอกสารที่ต้องใช้ทั้งหมดภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
หากประชาชนยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์แล้ว กทม. จะดำเนินการตรวจสอบข้อมูล หากพบว่าจำเป็นต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม จะมีการแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบผ่านข้อความสั้นทางโทรศัพท์
ส่วนประชาชนที่ไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์ ยังคงสามารถเดินทางไปยื่นเอกสารที่สำนักงานเขตได้ตามปกติ ขณะที่การจ่ายเงินช่วยเหลือ กทม. ได้หารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง และเตรียมดำเนินการโอนเงินผ่านระบบออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับสิทธิ
สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กทม. มีการปรับเพิ่มเพดานเงินช่วยเหลือในหลายรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยค่าวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือน ปรับเพิ่มเป็นสูงสุด 88,600 บาทต่อหลัง จากเดิมจ่ายสูงสุด 49,500 บาท โดยเป็นการจ่ายตามจริงในกรณีบ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง
ค่าที่พักอาศัยชั่วคราว สำหรับกรณีที่ประชาชนจำเป็นต้องย้ายไปเช่าที่พักอาศัยแห่งอื่น และไม่ได้เข้าพักในศูนย์พักพิงของ กทม. จะได้รับความช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อเดือน โดยจ่ายไม่เกิน 2 เดือนต่อครัวเรือน
ส่วนค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน มีการปรับเพิ่มเพดานตามความเสียหายจริง จากเดิม 11,900 บาท เป็น 13,500 บาทต่อครอบครัว เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อเครื่องมือและทุนในการประกอบอาชีพจากสถานการณ์น้ำท่วม
ด้านค่ารักษาพยาบาล กรณีผู้ป่วยนอก จ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย ส่วนผู้ป่วยใน จ่ายตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย ขณะที่เงินปลอบขวัญกรณีได้รับบาดเจ็บ อยู่ที่ 2,300 บาทต่อราย
สำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับการย้ายไปดูแลยังโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร จะไม่มีค่าใช้จ่าย ส่วนค่าจัดการศพกรณีเสียชีวิต ปรับเพิ่มจากเดิม 29,500 บาท เป็น 35,700 บาทต่อราย
ขณะที่ค่าดำรงชีพเบื้องต้น กรณีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน จะได้รับความช่วยเหลือในอัตรา 1,900–3,800 บาท
ในส่วนของการประเมินความเสียหาย สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานเขต อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์ร่วมกัน เพื่อให้การประเมินความเสียหายเป็นมาตรฐานเดียวกัน และทำให้การออกสำรวจพื้นที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วที่สุด
ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางเพิ่มกำลังผู้ประเมินความเสียหาย โดยอาจเปิดทางให้หน่วยงานอื่นที่นอกเหนือจากสำนักงานเขตเข้ามาช่วยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อไม่ให้กระบวนการล่าช้า และสามารถเร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ กทม. ย้ำว่า การเปิดระบบยื่นขอรับความช่วยเหลือออนไลน์มีเป้าหมายเพื่อลดภาระของประชาชน โดยผู้ประสบภัยสามารถยื่นข้อมูลและหลักฐานจากที่พักได้ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสำนักงานเขต ขณะที่ผู้ที่ไม่สะดวกใช้ช่องทางออนไลน์ยังสามารถยื่นเรื่องด้วยตนเองได้ตามปกติ

