คนกรุงอ่วม! “กรมอุตุฯ” เตือนรับมือฝนตกหนัก 4-7 ต.ค.นี้ พบ “น้ำท่วมขัง” 80 จุดทั่วกรุง
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่ามีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26–27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34–36 องศาเซลเซียส โดยมีลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10–20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จนถึงเวลา 07.00 น. กรุงเทพมหานครมีฝนตกปานกลางถึงหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและต้องเร่งระบายน้ำในหลายจุดทั่วกรุงเทพมหานคร โดยปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ที่จุดวัด ส.คลองชักพระ เขตตลิ่งชัน 92.0 มิลลิเมตร รองลงมาคือจุดวัด สนข.บางกอกน้อย 81.0 มิลลิเมตร จุดวัด ค.บางเชือกหนัง–ถนนพุทธมณฑลสาย 1 เขตภาษีเจริญ 68.5 มิลลิเมตร จุดวัดศูนย์ราชการ–ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ 53.5 มิลลิเมตร และจุดวัดถนนเทศบาลสงเคราะห์ เขตจตุจักร 49.0 มิลลิเมตร
สถานการณ์ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้กรุงเทพมหานครต้องเร่งบริหารจัดการน้ำและระบายน้ำในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง โดยมีจุดที่ต้องเฝ้าระวังและเร่งระบายน้ำรวมประมาณ 80 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและการเดินทางในพื้นที่ต่าง ๆ
สำหรับลักษณะอากาศทั่วไปของประเทศไทยในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนในประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและติดตามสถานการณ์สภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ เนื่องจากลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ส่งผลให้หลายพื้นที่มีแนวโน้มเกิดฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 1–2 เมตร ขณะที่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4–7 ตุลาคม 2569 โดยประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ซึ่งจะเริ่มส่งผลกระทบจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ก่อนขยายไปยังภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะถัดไป
ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก จึงควรเตรียมพร้อมรับมือฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมขัง ควรติดตามประกาศเตือนภัยและสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด
ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากอาจมีคลื่นสูงและสภาพทะเลแปรปรวนในช่วงที่มีฝนตกหนัก

