“บิ๊กโจ๊ก” ไลฟ์สดโต้ข่าวลือหนีต่างประเทศ ระบุยังอยู่ไทยและพร้อมสู้คดี

“บิ๊กโจ๊ก” ไลฟ์สดโต้ข่าวลือหนีต่างประเทศ ระบุยังอยู่ไทยและพร้อมสู้คดี
  • Published2 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.69 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไลฟ์สดจากสนามเทนนิส กล่าวขอบคุณแฟนเพจและผู้ติดตามที่ให้กำลังใจตลอดช่วงเวลาที่ถูกให้ออกจากราชการ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศตามกระแสข่าวที่มีการพยายามสร้างขึ้น

บิ๊กโจ๊กกล่าวว่า มีบุคคลบางกลุ่มพยายามสร้างกระแสว่าตนหลบหนีออกนอกประเทศ จึงออกมาไลฟ์สดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า ยังใช้ชีวิตตามปกติ อยู่ในประเทศไทยตลอด ประชาชนจำนวนมากยังพบเห็นและขอถ่ายภาพให้กำลังใจ ตนใช้เวลาว่างพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยหยุดเรียนรู้ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลาน

สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ที่บ้านหลังเดิมซึ่งเคยถูกตรวจค้น ไม่ได้ย้ายที่พักและมีบ้านเพียงหลังเดียว บางครั้งเดินทางกลับจังหวัดสงขลาเพื่อไปเยี่ยมมารดา และในช่วงปลายปีนี้ยังเตรียมตัวเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสประเทศไทยในรุ่นอายุ 55 ปี

อดีตรอง ผบ.ตร. ระบุถึงกรณีที่มีประชาชนตั้งคำถามว่าทำไมช่วงหลังไม่ออกมาให้สัมภาษณ์หรือพูดถึงประเด็นต่าง ๆ เหมือนในอดีตว่า ตลอดปีที่ผ่านมาได้ออกมาพูดคนเดียวหลายรายการ แต่รู้สึกเศร้าใจที่ประเทศไทยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสแกมเมอร์ อาชญากรรม หนี้นอกระบบ หรือความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งยังคงเกิดขึ้นเหมือนเดิม พูดไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

ส่วนเรื่องคดีความที่ไม่ออกมาพูดรายละเอียด ไม่ได้หมายความว่าไม่ต่อสู้ แต่รู้สึกเบื่อหน่ายกับกระบวนการที่ดำเนินมากว่า 2 ปี โดยเฉพาะคดีสินบนทองคำและคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากผู้ที่ทำหน้าที่รักษากฎหมายกลับดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ย่อมสร้างความสิ้นหวังต่อระบบยุติธรรม

บิ๊กโจ๊กย้ำว่า ตนยังคงต่อสู้คดีตามปกติ และมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ชี้แจงแทน พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้หลบหนีไปไหน หากพนักงานสอบสวนมีหมายเรียกก็พร้อมเข้าพบทุกครั้ง และขอให้ผู้ที่พยายามสร้างกระแสเรื่องการหลบหนีหยุดการกระทำดังกล่าว

ท้ายที่สุด ระบุว่า การดำเนินคดีกับตนขอให้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรม หากเป็นไปตามขบวนการยุติธรรม ตนก็พร้อมยอมรับผล เพราะเมื่อถูกกระทำโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ทุกคนย่อมต้องใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกฎหมาย