ระทึก! “คลังอาวุธ ตชด.21” สุรินทร์ระเบิด “ผู้การฯ” ตั้ง ศปก.เร่งสอบ คาดอากาศร้อน ตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย

ระทึก! “คลังอาวุธ ตชด.21” สุรินทร์ระเบิด “ผู้การฯ” ตั้ง ศปก.เร่งสอบ คาดอากาศร้อน ตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย
  • Published25 กุมภาพันธ์ 2026

เมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2569 เวลาประมาณ 19.40 น. เกิดเหตุระเบิดภายในคลังอาวุธหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 (ตชด.21) ต.เฉนียง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น ร.ต.ท.ณัฐพันธ์ ผุสดี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองสุรินทร์ พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณค่าย ตชด.21 จึงเดินทางไปตรวจสอบทันที

จากการตรวจสอบและการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ผู้แทน มทบ.25 ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณคลังอาวุธของค่าย ตชด.21 เบื้องต้นประเมินว่าสาเหตุอาจเกิดจากสภาพอากาศร้อน โดยได้รับข้อมูลจาก มทบ.21 ว่าได้มีการเปิดประตูและหน้าต่างคลังเก็บอาวุธตลอดทั้งวันเพื่อลดความร้อน

เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย คือ ร.ต.ท.วิศาล เย็นเพชร สังกัด ตชด.21 ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลบริเวณหัวเข่าขวาลึกประมาณ 0.5 เซนติเมตร ขณะที่พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ ด.ต.สนธยา จันทร์ศรี ผู้บังคับหมู่ ตชด.21 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เฝ้าคลังอาวุธ ให้การว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในคลัง ก่อนที่ประมาณ 2 นาทีต่อมาไฟจะลุกลามจนเกิดการระเบิดขึ้น

เบื้องต้นสถานการณ์การประทุของระเบิดได้ยุติลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างละเอียด เนื่องจากต้องประเมินความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยมีกำหนดเข้าตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในวันที่ 25 ก.พ. 2569 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเป็นทางการ

พล.ต.ต.สุคนธ์ กล่าวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ได้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุทันที โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ แต่งตั้ง พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผู้กำกับการ สภ.เมืองสุรินทร์ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และมีรองผู้กำกับการเป็นรองผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมสั่งการให้ฝ่ายป้องกันปราบปรามและงานจราจรจัดกำลังดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และตั้งจุดสกัดบริเวณแยกหนองเต่า รวมถึงให้รายงานสถานการณ์ทุก 1 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวกรณีอาจมีผู้ไม่หวังดีเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนจนสร้างความวิตกกังวลในสังคม โดยย้ำว่าการสรุปสาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง