“กรมเจ้าท่า” ยืนยันไม่มีเรือไทยค้างทะเลอาหรับ “ศบก.”สั่งพลังงานคุยโรงกลั่นซื้อน้ำมันรัสเซีย

“กรมเจ้าท่า” ยืนยันไม่มีเรือไทยค้างทะเลอาหรับ “ศบก.”สั่งพลังงานคุยโรงกลั่นซื้อน้ำมันรัสเซีย
  • Published13 มีนาคม 2026

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจยังมีเรือไทยตกค้างอยู่ในอ่าวทะเลอาหรับว่า ขอยืนยันว่าเรือที่เป็นเรือไทยซึ่งชักธงชาติไทยหรือจดทะเบียนสัญชาติไทยนั้น ขณะนี้ไม่มีตกค้างอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ยกเว้นเพียงกรณีเรือ “มยุรีนารี” ที่เกิดเหตุไปก่อนหน้านี้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ซึ่งจดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์ แต่มีลูกเรือคนไทยปฏิบัติงานอยู่ โดยขณะนี้จอดเทียบท่าอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 2 ลำ ลำแรกมีลูกเรือไทย 14 คน และลูกเรือชาวอินเดีย 8 คน ส่วนอีกลำมีลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน ทั้งนี้ แม้เรือจะเป็นของบริษัทไทย แต่เนื่องจากจดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ จึงถือเป็นเรือต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เรือทั้งสองลำจอดเทียบท่าขนส่งสินค้าอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และยังคงปลอดภัยดี

ด้าน พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพเรือ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งการให้เสนาธิการทหารเรือใช้กลไกด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการประสานงานและเฝ้าระวังมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงได้เชิญผู้ประกอบการที่มีการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าวเข้าร่วมประชุม เพื่อประเมินสถานการณ์และรับทราบข้อมูลด้านความปลอดภัย

พล.ร.ต.จุมพล กล่าวว่า จากข้อมูลล่าสุดพบว่าปริมาณการเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมประมาณ 183 ลำ ลดลงเหลือเพียงตัวเลขหลักเดียว จึงได้มีการออกหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีเรือที่เจ้าของเป็นคนไทยแต่จดทะเบียนสัญชาติอื่นอยู่ในพื้นที่จำนวน 2 ลำ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดทำคำแนะนำด้านความปลอดภัย

นอกจากนี้ จากข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศยังไม่พบรายงานการตรวจพบทุนระเบิดลอยน้ำในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบในพื้นที่ยังทำได้ยาก เนื่องจากขณะนี้มีการปิดน่านน้ำ และเรือส่วนใหญ่ยังคงจอดอยู่ในท่า อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวยังมีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของระบบกำหนดตำแหน่งจากอุปกรณ์สื่อสารและระบบดาวเทียม ทำให้การเดินทางเข้าไปในพื้นที่มีความเสี่ยงสูง

พล.ร.ต.จุมพล กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันไม่มีเรือไทยเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติม และมีเพียงเรือบางส่วนที่ยังอยู่ในพื้นที่เดิมเท่านั้น โดยกองทัพเรือได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเต็มขีดความสามารถ ร่วมกับกรมเจ้าท่า และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อดูแลความปลอดภัยของเรือและลูกเรือไทย

ต่อมา ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงผลการหารือระหว่างศบก.กับกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ว่ามีแนวทางอย่างไรในการช่วยดูแลราคาน้ำมันในประเทศ นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ศบก.ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานตรวจสอบว่าค่าการกลั่นมีความผิดปกติหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ค่าการกลั่นไม่ได้ถูกกำหนดโดยโรงกลั่น และโรงกลั่นไม่สามารถกำหนดค่าการกลั่นได้ด้วยตนเอง

นายสราวุธ กล่าวว่า ค่าการกลั่นเกิดจากองค์ประกอบหลัก 2 ส่วน ส่วนแรกคือราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น เบนซิน ดีเซล และแอลพีจี ซึ่งอิงตามกลไกตลาดในภูมิภาค โดยอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ ส่วนอีกส่วนคือราคาน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญ และมีการซื้อขายกันล่วงหน้าในตลาดโลก ดังนั้นทั้งราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปจึงไม่ได้ถูกกำหนดโดยประเทศไทย แต่เป็นไปตามกลไกตลาดสากล

ทั้งนี้ สำนักนโยบายและแผนพลังงานมีการรายงานค่าการกลั่นเป็นประจำ ซึ่งสะท้อนต้นทุนจริงตามกลไกตลาด โดยในบางช่วงค่าการกลั่นอาจเป็นบวกหรือเป็นลบได้ และที่ผ่านมาเคยมีช่วงที่ค่าการกลั่นติดลบ ส่งผลให้โรงกลั่นบางแห่งประสบภาวะขาดทุนเช่นกัน

เมื่อถามถึงทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความผันผวนในขณะนี้ และกลุ่มโรงกลั่นจะสามารถปรับราคาน้ำมันได้อย่างไร นายสราวุธ กล่าวว่า การปรับราคาจะสะท้อนต้นทุนตามกลไกตลาด ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พยายามบริหารจัดการเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบอยู่ประมาณ 8,070 ล้านบาท และมีภาระเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละประมาณ 1,520 ล้านบาท

เมื่อถามถึงแนวทางการซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซียว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วเพียงใด และมีปริมาณเท่าใด นายสราวุธ กล่าวว่า ศบก.ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานศึกษาทางเลือกในการจัดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยได้สอบถามเบื้องต้นจากกลุ่มโรงกลั่นว่ามีความเป็นไปได้ในการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียมาใช้ในโรงกลั่นของไทย ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะต้องประสานงานกับโรงกลั่นและกลุ่มเทรดเดอร์ที่สามารถเข้าถึงน้ำมันรัสเซียได้ โดยราคาซื้อขายจะอิงกับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เป็นหลัก

นายสราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นหลังเกิดสงครามเท่านั้น แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปกลับปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความกังวลในตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลัก แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบอย่างน้ำมันดิบจะยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมากนัก

เมื่อถูกถามว่าค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการหรือไม่ นายสราวุธ ชี้แจงว่า ค่าการกลั่นเป็นเพียงดัชนีที่สะท้อนส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับราคาน้ำมันสำเร็จรูปในแต่ละช่วงเวลาเท่านั้น ส่วนราคาที่ประชาชนเห็นที่หน้าปั๊มน้ำมันนั้น จะอิงตามกลไกราคาของน้ำมันสำเร็จรูปเป็นหลัก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าการกลั่นโดยตรง

ส่วนกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศบก. ระบุว่าอาจมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินเป็นรายสัปดาห์นั้น นายสราวุธ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยมีข้อสั่งการให้หาแนวทางช่วยเหลือประชาชน เนื่องจากสถานการณ์ราคาพลังงานในแต่ละช่วงเวลามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเสนอแนวทางต่อศบก.เพื่อพิจารณาต่อไป