เดือด! “ทวี” จี้ล่าตัวบงการยิง สส.กมลศักดิ์ ชี้กระทบความมั่นคงภาคใต้
วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภา อาคารรัฐสภา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมาแถลงถึงคดีอุกฉกรรจ์ กรณีคนร้ายใช้อาวุธสงครามปืน M16 ประกบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนขับรถ
พันตำรวจเอก ทวี ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงคืนวันที่ 19 ต่อเนื่องวันที่ 20 มีนาคม ภายหลังจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยพฤติกรรมของคนร้ายถือเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตอย่างร้ายแรง เพราะไม่ควรมีผู้ใดต้องถูกสังหารด้วยอาวุธสงคราม โดยเฉพาะเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนสายหลักเข้าสู่ตัวเมืองนราธิวาส (ถนนหลวง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายความมั่นคงควรดูแลอย่างเข้มงวดในช่วงเวลากลางคืน แต่คนร้ายกลับก่อเหตุได้
“เหตุการณ์นี้คนร้ายใช้ปืน M16 กราดยิงใส่รถของท่าน สส.กมลศักดิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนขับรถ ลักษณะพฤติกรรมเป็นการใช้อาวุธสงครามอย่างรุนแรง โดยพบปลอกกระสุนจำนวนถึง 33 ปลอกบริเวณหน้าบ้านของผู้เสียหาย จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนไปให้ถึงตัวผู้บงการและผู้จ้างวาน เพราะเรื่องนี้กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนอย่างมาก และล่าสุดนายกรัฐมนตรีก็ได้เข้ามาพูดคุย พร้อมยืนยันว่าจะเร่งติดตามคดีนี้” พันตำรวจเอก ทวีกล่าว
พันตำรวจเอก ทวี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บมีอาการสาหัส ถูกยิงเข้าบริเวณเป้าตา ขณะเข้ารับการรักษาอาการยังน่าเป็นห่วง และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะปลอดภัยหรือไม่ โดยมองว่าคดีนี้ถือว่าสะเทือนขวัญ เนื่องจากนายกมลศักดิ์เป็น สส.ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในจังหวัดนราธิวาส หากตัวแทนประชาชนยังไม่ปลอดภัย ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ จากการติดตามพฤติการณ์เชื่อว่าคนร้ายอาจเป็นการลงมือเป็นขบวนการ ตั้งแต่ช่วงที่นายกมลศักดิ์เดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ แวะละหมาด ก่อนจะลงมือก่อเหตุในช่วงที่รถชะลอเพื่อเข้าบ้าน โดยเห็นว่ารัฐบาลควรยกระดับความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธสงคราม และควรใช้ระบบฐานข้อมูล “ลายเซ็นปืน” ซึ่งมีการเก็บข้อมูลปลอกกระสุนในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเปรียบเทียบและตรวจสอบหาความเชื่อมโยงของอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ
ด้านนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 ผู้ถูกลอบยิง ได้กล่าวขอบคุณกำลังใจจากประชาชนในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีความขัดแย้งหรือเหตุส่วนตัวกับใคร จึงขอให้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งปลอกกระสุน กล้องวงจรปิด และพยานบุคคล เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและผู้บงการมาดำเนินคดี
นายกมลศักดิ์ระบุเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอล จึงไม่อยากให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ต้องได้รับผลกระทบเพิ่มมากไปกว่านี้
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง นายกมลศักดิ์ตอบว่ายังไม่สามารถฟันธงได้ และต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นสืบสวนก่อน โดยไม่อยากกล่าวหาใครล่วงหน้า หากสามารถจับตัวคนร้ายได้ พยานหลักฐานจะเป็นตัวชี้ชัดว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากสาเหตุใด
เมื่อถามถึงความขัดแย้งส่วนตัว นายกมลศักดิ์ยืนยันว่าไม่มี แม้จะมีหลายประเด็นที่อยู่ในใจ แต่ยังไม่อยากสรุป ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ก็ไม่มีสัญญาณเตือนผิดปกติ มีเพียงชาวบ้านที่แสดงความเป็นห่วงและแนะนำให้เดินทางหลายคันมากขึ้น เนื่องจากโดยปกติจะเดินทางพร้อมทีมงานเพียง 2–3 คน
นอกจากนี้ นายกมลศักดิ์ยังเปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เข้าพบและยืนยันว่าจะเร่งติดตามความคืบหน้าของคดี ส่วนในประเด็นปลอกกระสุน เชื่อว่าสามารถนำไปตรวจสอบกับฐานข้อมูล “ลายเซ็นอาวุธปืน” ที่มีการจัดเก็บไว้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพิสูจน์ว่าเคยถูกใช้ก่อเหตุในคดีอื่นหรือไม่ โดยขณะนี้กองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบผล ซึ่งคาดว่าจะทราบผลได้ในเร็ว ๆ นี้

