“สว.สำรอง” บุกอัยการสูงสุด! จี้สอบปมฮั้วเลือก สว. แฉหลักฐานเด็ดมัดตัวคนดังอักษรย่อ ส.-พ.

“สว.สำรอง” บุกอัยการสูงสุด! จี้สอบปมฮั้วเลือก สว. แฉหลักฐานเด็ดมัดตัวคนดังอักษรย่อ ส.-พ.
  • Published3 เมษายน 2026

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นายธนวัฒน์ ศรีสุข สมาชิกวุฒิสภาสำรอง กลุ่มที่ 13 ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อเรียกร้องให้มีการสั่งการพนักงานอัยการที่มีส่วนรับผิดชอบในคดีที่ 24/2568 เร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามบันทึกสั่งการเดิมของอัยการสูงสุด ที่เคยส่งสำนวนกลับไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมก่อนหน้านี้

นายธนวัฒน์ ระบุว่า ตนเคยยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุดตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เพื่อขอให้เร่งรัดการสอบสวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งต่อมาได้รับทราบว่าทางอัยการได้ส่งสำนวนคืนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการต่อ โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุมร่วมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีมติให้ดำเนินการสืบสวนและเชิญกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสำรองที่ร้องเรียนเข้าให้ปากคำเพื่อประกอบสำนวน แต่จนถึงปัจจุบันเวลาได้ล่วงเลยมานานแล้ว กลับยังไม่มีความคืบหน้าหรือการดำเนินการใดๆ จึงต้องเดินทางมาเรียกร้องให้อัยการสูงสุดกำชับพนักงานอัยการที่ร่วมสอบสวนคดีพิเศษนี้ ให้เร่งรัดกระบวนการตามคำสั่งอย่างร่งด่วน

ทั้งนี้ ประเด็นที่ทางอัยการต้องการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนเพิ่มเติมประกอบด้วย 3 ประเด็นหลัก คือ 1. การสอบสวนให้ครอบคลุมกลุ่มผู้กระทำผิดทั้ง 7 กลุ่มตามที่มีการร้องขอความเป็นธรรม 2. การเชิญเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่รับผิดชอบและทราบพฤติการณ์ในคดีมาให้ปากคำ และ 3. การประสานขอเอกสารสำคัญทางการเงินจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. รวมถึงจาก กกต. และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีให้สมบูรณ์

นายธนวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยท่าทีที่จริงจังว่า ตนรอคอยการประสานจากพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษมานานกว่าหนึ่งเดือน แต่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมฝากเตือนไปยัง กกต. ว่าหากคิดจะยุติคดีนี้ขอให้พิจารณาให้ดี เพราะมีหลักฐานจำนวนมาก ยืนยันว่ากลุ่ม สว. สำรองไม่ได้ทำเพื่อต้องการเข้าสู่สภา แต่ต้องการสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้แก่สังคม เพราะหากกระบวนการยุติธรรมสั่นคลอน ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและความมั่นคงของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ นายธนวัฒน์ยังเปิดเผยข้อมูลสำคัญว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงถึงสมาชิกวุฒิสภาชื่อดังอักษรย่อ ส. ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน และอีกรายอักษรย่อ พ. โดยมีพยานบุคคลยืนยันรายละเอียดชัดเจน ทั้งเส้นทางการเงิน ชื่อบัญชี และสลิปการโอนเงิน ซึ่งหลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ตนจึงไม่เห็นด้วยหากจะมีการสรุปคดีเพียงแค่ 8 คนจากทั้งหมดกว่า 200 คน พร้อมระบุว่ายังมีหลักฐานอีกหลายรายการที่เตรียมจะเปิดเผย และต้องการให้อัยการเรียกสำนวนคดีชุดที่ 26 ที่ทาง กกต. ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษสอบสวนไว้มาพิจารณา เนื่องจากมีหลักฐานที่แน่นหนามาก และมั่นใจว่าหากเรื่องถึงชั้นศาล ผู้กระทำผิดไม่มีทางรอดพ้นกฎหมายอย่างแน่นอน