“บิ๊กเต่า” เผยตั้งข้อหา “โทน บางแค” ฉ้อโกง! มูลค่ากว่า 5,000 ล้าน แฉมีขบวนการเวียนพระ

“บิ๊กเต่า” เผยตั้งข้อหา “โทน บางแค” ฉ้อโกง! มูลค่ากว่า 5,000 ล้าน แฉมีขบวนการเวียนพระ
  • Published5 พฤษภาคม 2026

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงกรณีที่นาย “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดังได้เดินสายร้องทุกข์กล่าวหาว่าตนเองทำให้ได้รับความเสียหาย โดยระบุว่าเป็นสิทธิ์ของอีกฝ่ายที่จะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย แต่ตนเองก็ได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพื่อพิจารณาฟ้องกลับเช่นกัน

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้อนความถึงที่มาของคดีนี้ว่า เริ่มต้นจากต้นปี 2568 “มาดามเก่ง” หรือนางสาวดอน ได้มาร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกกลุ่มเซียนพระรวม 9 คน ซึ่งมีนายโทน บางแครวมอยู่ด้วย หลอกเช่าพระเครื่องในช่วงปี 2568-2569 มูลค่าความเสียหายเฉพาะรายนี้สูงถึง 2,000 ล้านบาท

พฤติการณ์ของขบวนการนี้แบ่งหน้าที่กันทำ โดยกลุ่มแรกจะทำทีขอเช่าพระเครื่องในราคาสูง (เช่น 10 ล้านบาท) และจ่ายเช็คค้ำประกันไว้เพื่อขอรับพระไปก่อน จากนั้นจะมีกลุ่มที่สองทำทีมาขอเช่าพระต่อในราคาที่สูงกว่าเพื่อกระตุ้นความโลภ ก่อนที่ทั้งสองกลุ่มจะแกล้งทะเลาะกันและบีบให้ผู้เสียหายนำเงินไปไถ่พระเครื่องออกมา (เช่น 20 ล้านบาท) โดยอ้างว่าพระจะถูกยึด จากการขยายผลพบว่ามีผู้เสียหายหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายทั่วประเทศกว่า 5,000 ล้านบาท

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ปัจจุบันพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฉ้อโกง” แก่ผู้ต้องหาไปแล้ว 3 ราย จากทั้งหมด 9 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายโทน บางแค สำหรับประเด็นค่าคอมมิชชั่น 30% บิ๊กเต่ายืนยันว่า “ไม่เป็นความจริง” และในวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ตนไม่ได้เรียกนายโทนมาพบ แต่เป็นอีกฝ่ายที่ประสานขอให้ตนช่วยเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย

“ผมไม่ได้บังคับขู่เข็ญ ผลการเจรจาในวันนั้นไม่จบเพราะนายโทนอ้างว่าไม่มีทรัพย์สินเหลือแล้ว แต่ตำรวจตรวจสอบพบว่าเขายังมีทรัพย์สินอีกกว่า 60 ล้านบาท กระทั่งวันที่ 24 เมษายน ทนายของนายโทนก็นำเพียงกระเป๋าแบรนด์เนมไม่กี่ใบและทะเบียนรถมามอบให้ ซึ่งมูลค่าต่ำกว่าหนี้ตามเช็คค้ำประกันมาก การเจรจาจึงพังลง” บิ๊กเต่ากล่าว

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ตำรวจมีหลักฐานมัดตัวที่ไม่ตรงกับสิ่งที่นายโทนเล่า พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า หากเจอกับเซียนพระกลุ่มนี้ให้ตีเซียนก่อน เพราะคนกลุ่มนี้คือ “เซียนกระดาษเปล่า” ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (6 พฤษภาคม) ทางผู้เสียหายและทนายความเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดโปงความเสียหายทั้งหมดที่อาจสูงถึงหลายพันล้านบาท