“นันทนา” แถลงเดือด! จี้ “กกต.” ส่งศาลฎีกาฟันคดี “ฮั้วเลือก สว.” ท้าประธานวุฒิสภาแจงคลิปส่งโพย
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส พร้อมด้วย นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ และ นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ร่วมกันแถลงข่าวสะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์ความเชื่อมั่นของวุฒิสภา โดยระบุว่าภาพลักษณ์ขององค์กรกำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนักจากข้อกังขาเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา และกระบวนการตรวจสอบที่ยังไม่มีความชัดเจน
รศ.ดร.นันทนา กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อวุฒิสภา พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งล่าช้ามาเป็นเวลานานถึง 1 ปี 11 เดือนแล้ว
ทั้งนี้ มองว่า กกต. ควรเร่งสรุปผลการสอบสวนและส่งคำร้องพร้อมสำนวนคดีไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นผู้วินิจฉัยและชี้ขาดข้อเท็จจริงอย่างเป็นอิสระ ก่อนที่วาระของสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันจะครบกำหนดในปี 2572
รศ.ดร.นันทนา ยังตั้งข้อสังเกตว่า กรรมการการเลือกตั้งจำนวน 4 คน จากทั้งหมด 7 คน ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ขณะที่มีสมาชิกวุฒิสภาถึง 138 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. จึงอาจทำให้เกิดข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หาก กกต. เป็นผู้ตัดสินคดีดังกล่าวด้วยตนเอง
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว รศ.ดร.นันทนา ได้เรียกร้องไปยังประธานวุฒิสภาให้ออกมาชี้แจงต่อสาธารณชน กรณีมีคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชน ซึ่งปรากฏภาพชายคนหนึ่งกำลังส่งโพยให้เจ้าหน้าที่ กกต. ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ
“อยากเรียกร้องให้ท่านประธานวุฒิสภาออกมาชี้แจงต่อสังคมเกี่ยวกับคลิปที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์และสื่อมวลชน ว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิปเป็นท่านหรือไม่ หากไม่ใช่ ก็ควรออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่าในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินการใดบ้าง ประชาชนต้องการรับฟังคำตอบจากท่าน” รศ.ดร.นันทนา กล่าว
ด้าน นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า สถานการณ์ความคลุมเครือที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของวุฒิสภาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. เร่งดำเนินการตรวจสอบและวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยเร็ว
นายสุนทร ระบุว่า ไม่ว่าผลการพิจารณาจะออกมาในทิศทางใด สิ่งสำคัญคือสังคมต้องได้รับคำตอบที่ชัดเจน เพื่อยุติข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
“ไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์อยู่ในสภาพคลุมเครือหรือยืดเยื้อต่อไป เพราะจะส่งผลเสียต่อทุกฝ่าย หากสิ่งใดผิดก็ควรบอกว่าผิด และหากไม่ผิดก็ควรชี้แจงให้ชัดเจน ประเทศไม่ควรเดินหน้าไปภายใต้ความไม่แน่นอนเช่นนี้” นายสุนทร กล่าว
พร้อมกันนี้ นายสุนทร ยังเสนอว่า เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน กกต. ควรเร่งสรุปสำนวนและส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยให้ศาลเป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัยข้อเท็จจริงแทนการตัดสินใจโดยองค์กรที่อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดจะช่วยลดข้อครหาที่อาจเกิดขึ้น และเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุดในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้สังคมได้รับทราบอย่างโปร่งใส
ในช่วงท้าย นายสุนทร ได้เรียกร้องให้สื่อมวลชน ภาคประชาชน และทุกภาคส่วนของสังคม ร่วมกันติดตามตรวจสอบประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและนำไปสู่การสร้างมาตรฐานความโปร่งใสในกระบวนการทางการเมือง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยและการบริหารประเทศในระยะยาว

