“DSI” นัดสอบ “ภาวุธ” 2 ก.ค.นี้ ไขปมเงินโอน 28 ล้าน คดี “Forex” โยงบริษัทดัง
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเรียกสอบปากคำ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือ “ป้อม” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะพยาน ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีพบเส้นทางการเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวรวม 28 ล้านบาท ภายในวันเดียว คือวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 จำนวน 14 รายการ รายการละ 2 ล้านบาท
รายงานจากดีเอสไอระบุว่า ประเด็นสำคัญในการสอบปากคำครั้งนี้ คือการตรวจสอบที่มาของเงินโอนดังกล่าว หลังจากนายภาวุธเคยชี้แจงผ่านสื่อว่า เงินทั้งหมดเป็นรายได้จากการซื้อขายทองคำ หรือการเทรด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงลงทุน Forex แต่อย่างใด โดยพนักงานสอบสวนจะขอเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการซื้อขายทั้งหมด ทั้งบริษัทที่ใช้ในการเทรด ไทม์ไลน์การทำธุรกรรม และผลตอบแทนที่ได้รับ เพื่อนำมาประกอบการตรวจสอบอย่างละเอียด
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังเตรียมสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีที่นายภาวุธเคยดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบางบริษัท ซึ่งปรากฏอยู่ในผังการสืบสวนเส้นทางการเงินของดีเอสไอ และอาจมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชักชวนลงทุน (ไอบี) บริษัทโบรกเกอร์ และบริษัทเพย์เมนท์ รวมถึงกรณีที่เคยปรากฏคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการลงทุนผ่านบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล
ในคดีเดียวกัน ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม” เข้าให้ปากคำในฐานะพยานเช่นกัน หลังพบข้อมูลเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับบริษัทโบรกเกอร์ 2 แห่ง โดยสามารถประสานขอเข้าพบก่อนกำหนดหรือขอเลื่อนนัดได้ ทั้งนี้ ดีเอสไอยืนยันว่าบุคคลที่ถูกเรียกทั้งหมดอยู่ในสถานะพยาน ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือออกหมายเรียกผู้ต้องหาแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม หลังเปิดรับแจ้งข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊กของดีเอสไอ โดยขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าให้ข้อมูลแล้วเกือบ 100 ราย ครอบคลุมรายละเอียดทั้งพฤติการณ์การลงทุน มูลค่าความเสียหาย ช่องทางการชักชวน และรูปแบบการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
ส่วนการขยายผลไปยัง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้ชักชวนลงทุน (ไอบี) กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทเพย์เมนท์ พนักงานสอบสวนจะทยอยออกหมายเรียกพยานเพิ่มเติม หลังรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานได้ครบถ้วน
สำหรับแนวทางดำเนินคดี ปัจจุบันดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เป็นฐานความผิดเบื้องต้น แต่หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติม อาจขยายผลไปสู่ความผิดตามกฎหมายอื่น อาทิ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งอยู่ในผังการสืบสวนของดีเอสไอ เคยมีชื่อนายภาวุธถือหุ้นจำนวน 1 หุ้น ระหว่างปี 2563-2568 ก่อนจะไม่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องซึ่งนายภาวุธเคยถือหุ้น และเข้าไปมีส่วนร่วมถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว โดยดีเอสไอยืนยันว่าจะตรวจสอบความเชื่อมโยงทั้งหมดอย่างรอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

