“สนธิ” นัดรวมพลังบุก “กกต.” 25 ก.ย.นี้ จี้แจงปม “ฮั้ว สว.” ลั่นต้องโปร่งใส

“สนธิ” นัดรวมพลังบุก “กกต.” 25 ก.ย.นี้ จี้แจงปม “ฮั้ว สว.” ลั่นต้องโปร่งใส
  • Published23 กันยายน 2026

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2569 นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และนายนิติธร ล้ำเหลือ ร่วมแถลงทิศทางการเคลื่อนไหวใหญ่ “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ที่บ้านพระอาทิตย์ ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเกี่ยวกับคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

นายสนธิและคณะประกาศเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อและเดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. 2569 เวลา 10.00 น. เพื่อเรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และตรวจสอบกรณีที่กลุ่มผู้เคลื่อนไหวกล่าวหาว่ามีการทุจริตและการฮั้วในการเลือก สว. โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายสนธิและกลุ่ม คปท. นัดรวมตัวที่สำนักงาน กกต. ในวันดังกล่าว

นายปานเทพ ระบุว่า แม้ กกต. จะมีมติในคดีดังกล่าวไปแล้ว แต่เห็นว่ามติดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการถ่วงดุลและตรวจสอบตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องการให้ สว. มีความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง เพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการคัดเลือกองค์กรอิสระอย่างโปร่งใส

พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการพิจารณาของ กกต. โดยอ้างถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 ซึ่งบัญญัติว่า ภายหลังการประกาศผลการเลือก หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น

นอกจากนี้ นายปานเทพยังตั้งคำถามถึงกระบวนการพิจารณาของ กกต. กรณีมีการเปลี่ยนแปลงมติ โดยระบุว่าเกี่ยวข้องกับพยาน 3 ปากที่ส่งหนังสือกลับคำให้การ และตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้มีการไต่สวนเพิ่มเติมหรือนำคำให้การดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานสำคัญอื่น รวมถึงตั้งคำถามถึงการดำเนินการทางกฎหมายกับพยานที่อาจให้การอันเป็นเท็จก่อนหน้านี้

นายปานเทพยืนยันว่า กลุ่มภาคประชาชนจะติดตามตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป และไม่ต้องการให้มีการประนีประนอมหรือตัดตอนความผิดไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด โดยหากเห็นว่า กกต. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มภาคประชาชนจะดำเนินการร้องเรียน ฟ้องร้อง และตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สำหรับการเคลื่อนไหวในวันที่ 25 ก.ย. มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า นายสนธิและกลุ่ม คปท. จะเดินทางไปสำนักงาน กกต. เพื่อยื่นหนังสือและเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจงเหตุผลของมติในคดีฮั้ว สว. โดยนายพิชิต ไชยมงคล ระบุว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการแสดงออกของภาคประชาชนและต้องการให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคม