ป.ป.ช. แจงคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ล่าช้า สอบโยง 6,000 คน จ่อแจ้งข้อหา 200-300 ราย ต้น พ.ย.นี้ พบเส้นเงินถึง 2 อดีตอธิบดี

ป.ป.ช. แจงคดีโกงสอบท้องถิ่นไม่ล่าช้า สอบโยง 6,000 คน จ่อแจ้งข้อหา 200-300 ราย ต้น พ.ย.นี้ พบเส้นเงินถึง 2 อดีตอธิบดี
  • Published12 ตุลาคม 2026

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายนิติพันธ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยนายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ร่วมแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภายหลังผู้ถูกกล่าวหา 3 รายได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช. ไม่สามารถจัดทำสำนวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายได้ทันภายในระยะเวลาควบคุมตัว

นายนิติพันธ์ กล่าวว่า คดีทุจริตการสอบแข่งขันท้องถิ่นเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด สำนักงาน ป.ป.ช. จึงจัดตั้งคณะทำงานโฆษกเพื่อรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง แม้กระบวนการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตจะมีลักษณะกึ่งตุลาการและมีขั้นตอนหลายส่วน แต่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างเต็มที่

นายนิติพันธ์ กล่าวด้วยว่า ในฐานะข้าราชการคนหนึ่ง ไม่สามารถยอมรับการทุจริตหรือการจ่ายสินบนได้ตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการ จึงตั้งใจดำเนินคดีนี้ให้สำเร็จด้วยความรัดกุมและรอบคอบมากที่สุด พร้อมยืนยันถึงความน่าเชื่อถือของการทำงานว่า สำนวนที่ ป.ป.ช. เสนอต่อศาลมีอัตราการพิพากษาลงโทษสูงถึง 90% จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่

ด้านนายเกียรติศักดิ์ ชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับการตัดตอนคดี การปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหา และการตรวจสอบความเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองว่า คดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐต้องส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน โดยคดีนี้พนักงานสอบสวนดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่ง ทำให้เมื่อส่งเรื่องถึง ป.ป.ช. เหลือระยะเวลาควบคุมตัวอีกเพียง 3 ผัด หรือ 36 วัน และเมื่อรวมระยะเวลาควบคุมตัวครบสูงสุด 84 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 จึงต้องปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาตามกฎหมาย

ทั้งนี้ การปล่อยตัวไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหาพ้นผิดหรือคดีสิ้นสุดลง แต่ ป.ป.ช. ยังคงดำเนินการไต่สวนต่อไป พร้อมกำหนดมาตรการเฝ้าระวังตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ หากพบพฤติการณ์หลบหนีจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับทันที โดยมีการสั่งเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังตามด่านชายแดน รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม นายเกียรติศักดิ์ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ถูกกล่าวหา 3 รายที่ได้รับการปล่อยตัวจะมีชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาชุดแรกในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้หรือไม่

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวถึงสาเหตุที่ไม่สามารถจัดทำสำนวนได้ทันกรอบเวลาควบคุมตัวว่า ปัจจุบัน ป.ป.ช. กำลังไต่สวนผู้เกี่ยวข้องในคดีมากกว่า 6,000 ราย โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบุคคลระดับสูง กลุ่มผู้จัดทำขบวนการ กลุ่มนายหน้ามากกว่า 100 สาย และกลุ่มผู้เข้าสอบ หากเร่งดำเนินการเฉพาะบางส่วนเพื่อให้ทันกำหนดเวลาควบคุมตัว อาจทำให้การไต่สวนไม่ครอบคลุมและกลายเป็นการตัดตอนคดี ส่งผลให้ไม่สามารถขยายผลไปถึงผู้ที่มีบทบาทสำคัญในขบวนการได้ครบถ้วน

สำหรับความคืบหน้าของคดีในภาพรวม นายเกียรติศักดิ์ระบุว่า หากพิจารณาในเชิงปริมาณ การดำเนินงานมีความคืบหน้าประมาณ 40% แต่ในเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับตัวการสำคัญ ถือว่ามีความคืบหน้าและมีพยานหลักฐานค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว จึงคาดว่าจะเริ่มทยอยแจ้งข้อกล่าวหาได้ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 สำหรับคดีทุจริตการสอบแข่งขันประจำปี 2568

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พยานหลักฐานในขณะนี้ยังเชื่อมโยงไปไม่ถึงนักการเมือง และบุคคลที่มีตำแหน่งสูงสุดที่พบเป็นระดับอธิบดีใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ชี้แจงว่า ขณะนี้หลักฐานยังไม่เชื่อมโยงไปถึงนักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐมนตรี โดยบุคคลระดับสูงสุดที่พบความเชื่อมโยงในพยานหลักฐานเป็นระดับอธิบดี ซึ่งมีมากกว่า 1 ราย และแยกการดำเนินการออกเป็น 2 สำนวน

สำหรับขั้นตอนหลังการแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาจะมีเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเบื้องต้น 15 วัน และสามารถขอขยายระยะเวลาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยระยะเวลารวมต้องไม่เกิน 45 วัน ก่อนที่คณะกรรมการจะพิจารณาพยานหลักฐานและสรุปสำนวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

เมื่อถามถึงความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. กรณีไม่สามารถดำเนินการให้ทันกรอบเวลาควบคุมตัว นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีมากกว่าการควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่ามีกฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการนับอายุความในกรณีผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีระหว่างการไต่สวน โดยต้องพิจารณาตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติไว้

นอกจากนี้ กรอบการทำงานของ ป.ป.ช. ตามมาตรา 46 กำหนดให้การไต่สวนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี หากพบความล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ และมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ถูกดำเนินการทางวินัยหรือให้ออกจากราชการมาแล้วหลายราย

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ป.ป.ช. ได้นำรายงานผลการตรวจสอบของคณะทำงานที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เกี่ยวข้อง มาใช้ประกอบการพิจารณาสำนวนด้วย พร้อมเตรียมจัดหาสถานที่ที่มีความน่าเชื่อถือและเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสำหรับตรวจสอบกระดาษคำตอบจำนวนประมาณ 800,000 แผ่น โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 10 วันข้างหน้า

สำหรับการตรวจสอบกระดาษคำตอบนั้น นายเกียรติศักดิ์ยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบกระดาษคำตอบทั้งหมดประมาณ 860,000 แผ่น แม้จะมีอุปกรณ์ที่จำเป็นครบถ้วนแล้วก็ตาม โดยกระดาษคำตอบถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สำนักงาน ป.ป.ช. และอยู่ระหว่างพิจารณาสถานที่ตรวจสอบ รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงานให้ผลการตรวจสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาคดีในศาลได้

หน่วยงานที่คาดว่าจะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบกระดาษคำตอบคือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) โดยสำนักงาน ป.ป.ช. จะเป็นผู้ควบคุมกระบวนการตรวจสอบทั้งหมด ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 10 วัน นับจากวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบข้อสอบตามแผนงานที่กำหนด

ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน นายเกียรติศักดิ์ระบุว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ร่วมมือกับ ปปง. ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่มีความซับซ้อน ครอบคลุมถึงทรัพย์สินในรูปแบบเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ประเภทคริปโทเคอร์เรนซี รวมถึงเส้นทางการถือครองทองคำ ซึ่งอาจถูกนำมาใช้แปรสภาพหรือปกปิดที่มาของทรัพย์สิน โดยขณะนี้มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องแล้วเป็นมูลค่าหลักร้อยล้านบาท พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีด้วยความรอบคอบ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืนมาโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ป.ป.ช. ในขณะนี้ พบว่าปลายทางของเส้นทางเงินเชื่อมโยงไปถึงอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจำนวน 2 ราย แต่พยานหลักฐานยังไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงระดับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐมนตรีได้ โดยคณะกรรมการไต่สวนยังคงเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลตรวจสอบความเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง

สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหาชุดแรก คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 จำนวนประมาณ 200-300 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นตัวการสำคัญประมาณ 20-30 ราย และเครือข่ายนายหน้าที่เกี่ยวข้องประมาณ 110 สาย อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาผู้เข้าสอบที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดย ป.ป.ช. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาบทบาทของผู้เกี่ยวข้องแต่ละรายตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป