“บิ๊กเล็ก” ลั่น! อาวุธเขมรที่ยึดได้ใช้หรือทำลายได้ทันที แย้มชายแดน “ไทย-กัมพูชา” ขอเวลาอีกไม่นาน
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถึงความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่าภาพรวมสถานการณ์มีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดี และเป็นไปตามแผนการดำเนินงานของกองทัพ
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีความกังวลใด ๆ ทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนที่วางไว้
สำหรับกรณีการตรวจพบขีปนาวุธที่บริเวณเนิน 500 ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นอาวุธใหม่ และอาจมีแหล่งที่มาจากตลาดมืดหรือผู้สนับสนุนบางกลุ่มนั้น พล.อ.ณัฐพล ระบุว่า ขณะนี้ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ยืนยัน อยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยข่าวกรอง
ในประเด็นที่มีกระแสข่าวว่าทางการจีนอาจประสานขอคืนอาวุธที่ถูกยึดได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมย้ำชัดว่า ยังไม่เคยได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว พร้อมระบุว่า อาวุธทั้งหมดที่ยึดได้ยังอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพ และตามหลักกฎบัตร อาวุธใดที่ยึดได้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายไทย โดยสามารถนำไปใช้งานหรือทำลายได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างรอบคอบก่อน
ส่วนความกังวลจากนานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ต่อมาตรการสกัดกั้นการขนส่งน้ำมันนั้น พล.อ.ณัฐพล ชี้แจงว่า ไทยดำเนินการด้วยแนวทางสันติวิธี ไม่ใช้กำลังหรืออาวุธเข้าประหัตประหาร แต่เป็นการจำกัดการปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาในฝั่งไทย พร้อมย้ำว่า ไทยพร้อมหยุดยิงทันทีเมื่อฝ่ายกัมพูชายุติการเป็นปรปักษ์อย่างชัดเจนและเปิดเผย โดยแนวทางสันติคือหนทางที่ดีที่สุดในการยุติความขัดแย้ง
ขณะที่กรณีรถบรรทุกน้ำมันจำนวนมากที่จอดรออยู่บริเวณช่องเม็ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ ซึ่งขณะนี้กองทัพภาคที่ 2 ได้เข้าควบคุมพื้นที่แล้ว หลังพบข้อมูลว่ามีการลักลอบขนส่งน้ำมันผ่านช่องเม็กไปยังกัมพูชา ถือเป็นมาตรการสันติวิธีเพื่อจำกัดการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อฝ่ายไทย
เมื่อถูกถามว่าสถานการณ์จะยืดเยื้ออีกนานเพียงใด พล.อ.ณัฐพล ตอบสั้นแต่ชัดเจนว่า
“ขอเวลาอีกไม่นานครับ”

