“นฤมล” ไม่ซีเรียส! ไร้ชื่อแคนดิเดตนายกฯกล้าธรรม ชี้อยู่ที่เหมาะสม ย้ำชื่อเดียว “ธรรมนัส”
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรค พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการพิจารณาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค โดยระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องเป็นมติของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ซึ่งยังไม่ได้มีการหารือกัน
อย่างไรก็ตาม สมาชิกพรรคและ กก.บห.ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ควรเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอย่างแน่นอน เพียงแต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ เนื่องจากพรรคกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 27 ธันวาคมนี้
นางนฤมลกล่าวว่า ก่อนหน้านั้น ในวันที่ 25 ธันวาคม พรรคจะมีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ครบทุกเขต พร้อมประกาศนโยบายพรรคอย่างเป็นทางการ ณ ไบเทค บางนา ซึ่งวันดังกล่าวจะเห็นภาพรวมชัดเจนว่าพรรคส่งใครบ้าง
เมื่อถูกถามว่าพรรคกล้าธรรมจำเป็นต้องมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ 3 คนเหมือนพรรคอื่นหรือไม่ นางนฤมล ระบุว่า พรรคไม่ได้ซีเรียสเรื่องจำนวน ต้องเป็นการพูดคุยใน กก.บห. และรับฟังเสียงของสมาชิกพรรค ขณะที่รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาและยังไม่ได้เรียงลำดับ
เมื่อถามต่อว่า ในฐานะหัวหน้าพรรค ควรมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นางนฤมล ย้ำว่าไม่ซีเรียส และขึ้นอยู่กับความเหมาะสม โดยยกตัวอย่างการเลือกตั้งครั้งก่อนที่ตนเองไม่ได้ลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ แต่ก็ยังสามารถทำงานได้ตามบทบาท ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้จะลงสมัครหรือไม่ ยังต้องหารือภายในพรรคอีกครั้ง
สำหรับกระแสข่าวว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรมอาจมีชื่อ เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือ อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม นางนฤมล ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง และยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยในประเด็นดังกล่าว พร้อมย้ำว่า ณ เวลานี้ มีเพียงชื่อของร.อ.ธรรมนัสเท่านั้น
เมื่อถามว่าการมีชื่อร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะส่งผลบวกหรือลบต่อพรรคมากกว่ากัน นางนฤมล ระบุว่า จุดนี้ถือเป็นจุดขายของพรรค เนื่องจากคาแรคเตอร์ของร.อ.ธรรมนัส เป็นคนที่ “คิดแล้วทำจริง” กล้าตัดสินใจและลงมือทำ ไม่ใช่แค่พูด พรรคกล้าธรรมจึงรวมกลุ่มคนที่มีแนวคิดและเคมีตรงกัน คือกล้าทำและทำจริง โดยยึดหลักทำมากกว่าพูด และหากมีสิ่งใดช่วยเหลือประชาชนได้ก็จะลงมือทันที
นางนฤมล กล่าวย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ทำนโยบายขายฝัน ไม่มีการตั้งป้ายหาเสียงในลักษณะตัวเลขลอย ๆ แต่จะนำเสนอนโยบายที่สามารถทำได้จริงเท่านั้น พร้อมประกาศชัดว่า “พรรคกล้าธรรม ทำต้องทำได้จริง”
เมื่อถูกถามถึงกรณีที่ร.อ.ธรรมนัส ถูกโจมตีทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง นางนฤมล มองว่าเป็นเรื่องปกติของกระแสทางการเมือง เพราะเมื่อมีความโดดเด่นหรือได้รับความสนใจมาก ย่อมตกเป็นเป้าโจมตี
สำหรับการประเมินจำนวนที่นั่ง ส.ส. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นางนฤมล ระบุเพียงว่า พรรคจะทำให้ดีที่สุด ขณะที่สโลแกนพรรคยังคงยึดแนวคิด “ไม่พูดมาก แต่ทำจริง” โดยหากประชาชนเดือดร้อนที่ใด พรรคจะลงพื้นที่ก่อน ไม่ได้ทำเพื่อหวังคะแนนเสียง แต่ถือเป็นความรับผิดชอบของพรรคการเมือง โดยเฉพาะเมื่อมีตำแหน่งหรืออำนาจที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้
เมื่อถามย้ำว่าพรรคกล้าธรรมจะลงแข่งขันเต็มที่โดยไม่หลีกทางให้พรรคใดหรือไม่ นางนฤมล ตอบสั้น ๆ ว่า พรรคจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

