“อนุทิน” มั่นใจ! 18 รมต.ภูมิใจไทย พร้อมรับศึกซักฟอก โต้ฝ่ายค้านขอ 5 วันนานเกินไป เชื่อ “เพื่อไทย” ไม่ทิ้งกัน

“อนุทิน” มั่นใจ! 18 รมต.ภูมิใจไทย พร้อมรับศึกซักฟอก โต้ฝ่ายค้านขอ 5 วันนานเกินไป เชื่อ “เพื่อไทย” ไม่ทิ้งกัน
  • Published12 ตุลาคม 2026

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขณะนี้รัฐบาลยังอยู่ระหว่างรอการประสานงานเกี่ยวกับกรอบเวลาการอภิปรายจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกำลังตรวจสอบความถูกต้องของญัตติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

สำหรับกรอบเวลาการอภิปราย 5 วันที่ฝ่ายค้านเสนอ นายอนุทินมองว่าเป็นระยะเวลาที่มากเกินไป และควรพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงยึดแนวทางตามธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยดำเนินการมาในอดีต พร้อมชี้แจงว่าการยื่นอภิปรายรัฐมนตรีจำนวน 18 คนในครั้งนี้ไม่ได้ถือเป็นกรณีที่มีจำนวนผู้ถูกอภิปรายมากที่สุด เพราะในอดีตเคยมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งคณะมาแล้ว

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า หากกำหนดวันอภิปรายเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคม ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องตารางภารกิจของตนเอง โดยช่วงเวลาที่มีภารกิจสำคัญและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือวันที่ 14-19 พฤศจิกายน ซึ่งมีกำหนดเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและการประชุมเอเปค ส่วนกำหนดวันอภิปรายที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับการประสานงานของประธานสภาผู้แทนราษฎรและความพร้อมของรัฐบาลเป็นสำคัญ

นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจว่า รัฐมนตรีทั้ง 18 คนที่มีรายชื่ออยู่ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เตรียมข้อมูลและรายละเอียดสำหรับชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไว้พร้อมแล้ว โดยรัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกลไกรัฐสภา

ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดียวที่มีรัฐมนตรีถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในรายชื่อ นายอนุทินชี้แจงว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีพรรคร่วมรัฐบาลเพียง 2 พรรค และจากตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมด 35 ตำแหน่ง พรรคภูมิใจไทยรับผิดชอบถึง 27 ตำแหน่ง จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าจะมีรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยถูกอภิปรายมากกว่า

นายอนุทินยังแสดงความมั่นใจว่า การที่รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยไม่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ จะไม่ทำให้เกิดความแตกแยกภายในรัฐบาล โดยหากการอภิปรายมีการพาดพิงถึงกระทรวงที่อยู่ในความรับผิดชอบของพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้าของกระทรวงเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาผู้แทนราษฎรตามประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา

นายกรัฐมนตรีทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า ไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีเนื้อหาเข้มข้นหรือดุเดือดเพียงใด พรรคเพื่อไทยจะไม่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย โดยรัฐบาลพร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกันต่อไป ท่ามกลางการจับตาของสังคมต่อทิศทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ