“กกต.” เอาจริง! ลุยสอบปมซื้อเสียง 7,500 ต่อหัว ลั่นต้องทำให้เงินหมดความหมาย

“กกต.” เอาจริง! ลุยสอบปมซื้อเสียง 7,500 ต่อหัว ลั่นต้องทำให้เงินหมดความหมาย
  • Published20 มกราคม 2026

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลสำรวจพบการซื้อเสียงอย่างดุเดือด มีมูลค่าสูงถึงหัวละ 7,500 บาท ว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงาน กกต. ที่ต้องตอบสนองต่อข้อมูลดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการป้องกันและป้องปรามไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ผ่านกระบวนการทำงานและเครือข่ายที่เป็นรูปธรรม

เลขาธิการ กกต. ระบุว่า ในเชิงการข่าวนั้น กกต. รับรู้ข้อมูลอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบตัวเลขจำนวนเงินที่แน่ชัด ดังนั้นผลสำรวจดังกล่าวอาจเป็นเพียงการประเมินหรือความเห็นเชิงวิชาการของภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม เรื่องการซื้อเสียงไม่ควรเกิดขึ้น และเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องทำให้พฤติกรรมลักษณะนี้ไม่มีนัยสำคัญต่อการลงคะแนน หรือไม่สามารถเป็นเงื่อนไขชี้ขาดชัยชนะในการเลือกตั้งได้

“เรื่องเล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาจเป็นเรื่องของเมืองหรือเกมอำนาจ แต่สิ่งที่เราทำคือการปฏิบัติ ขณะนี้เน้นการป้องกันและป้องปราม โดยใช้ข้อมูลข่าวสารร่วมกับฝ่ายบ้านเมือง และส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ตามที่แบ่งความรับผิดชอบไว้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ซึ่งทำเช่นนี้ทุกครั้ง ทั้งนี้ ข่าวกับเรื่องจริงอาจเป็นคนละเรื่องกัน” นายแสวงกล่าว

พร้อมกันนี้ เลขาธิการ กกต. อธิบายเพิ่มเติมว่า พื้นที่ที่ถูกจัดเป็น “สีแดง” มีอยู่ในทุกภูมิภาค ไม่ได้เจาะจงภาคใดเป็นพิเศษ โดยการแบ่งสีพิจารณาจากระดับความรุนแรงหรือความเข้มข้นของการแข่งขันในแต่ละเขตเลือกตั้ง ซึ่งคำว่า “รุนแรง” ไม่ได้หมายถึงการใช้กำลังเสมอไป แต่หมายถึงความดุเดือดในการชิงชัยทางการเมือง

นายแสวงย้ำว่า ในพื้นที่ที่การแข่งขันเข้มข้น ทุกฝ่ายมีโอกาสกระทำผิดได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร ประชาชน หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ผู้จัดการเลือกตั้งเอง ซึ่ง กกต. ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือและการยอมรับผลการเลือกตั้งในภาพรวม