“นายกฯ” แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ลั่นแก้ปากท้อง ดันเศรษฐกิจไทยสู่ศักยภาพสูงสุด

“นายกฯ” แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ลั่นแก้ปากท้อง ดันเศรษฐกิจไทยสู่ศักยภาพสูงสุด
  • Published9 เมษายน 2026

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยระบุว่า การบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญของรัฐบาลจะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการยึดหลักนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม พร้อมบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลต้องบริหารประเทศท่ามกลางความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน “ควิกบิ๊กวิน” ในหลายด้าน รวมถึงการจัดทำประชามติ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญตามกระบวนการที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เร่งบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลง สวนทางกับความต้องการ ส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยยอมรับว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ รัฐบาลจึงจะเดินหน้านโยบายบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ควบคู่กับการพลิกวิกฤตโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ

ในส่วนของการกระตุ้นเศรษฐกิจ รัฐบาลเตรียมเดินหน้าจูงใจบริษัทต่างชาติให้เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในประเทศไทย พร้อมทั้งเร่งเจรจากับประเทศคู่ค้า เพื่อขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งจัดทำพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมทั้งปรับลดรายจ่ายของหน่วยงานรัฐที่ไม่จำเป็น หรือไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายภาครัฐ

สำหรับกรอบนโยบายหลัก รัฐบาลกำหนด 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งครอบคลุมนโยบายรวม 23 ข้อ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมความเชื่อมั่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายและความผันผวนทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากประเทศหยุดนิ่งจะยิ่งทำให้เกิดภาวะถดถอย รัฐบาลจึงพร้อมทุ่มเทกำลังอย่างเต็มที่ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน และผลักดันประเทศสู่การพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ

พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งให้ประเทศไทยมีความมั่นคงจากภายใน คนไทยสามารถตั้งตัวได้ เศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศในระยะยาว