“รังสิมันต์-รักชนก” 2 กมธ.งบฯ ผนึกกำลังไล่บี้ TH-AI Passport ปูดโยงน้ำมันเถื่อน–ทุจริตงบ AI
เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.69 นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ภายหลังการทำประชาพิจารณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายรังสิมันต์ ระบุว่า การประชุมร่วมครั้งนี้ระหว่างสองกรรมาธิการมีการถ่ายทอดสดให้สาธารณชนรับชม เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงและท่าทีของหน่วยงานต่าง ๆ โดยย้ำว่าโครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่เรื่องที่คิดขึ้นเอง แต่มีภาคประชาชนและหลายฝ่ายออกมาคัดค้าน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากโครงการมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง อาจนำไปสู่กระบวนการฟอกเงิน ซึ่งเงินอาจถูกทำให้กลายเป็นเงินที่ถูกต้องและไหลเข้าสู่ระบบการเมืองและเศรษฐกิจ
นายรังสิมันต์ยังระบุว่า มีข้อมูลเชื่อมโยงจากผู้ร้องเรียนว่าอาจเกี่ยวข้องกับบริษัทที่มีธุรกิจน้ำมันเถื่อน แต่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก ระบุว่า ในการประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานตรวจสอบเข้าร่วม เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยหลังจากนี้จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อยื่นตรวจสอบต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
น.ส.รักชนกกล่าวว่า พรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตต่อโครงการนี้มาโดยตลอด และมีจุดยืนว่าควรยกเลิกโครงการ หากจะดำเนินการต่อควรเริ่มใหม่ในปีงบประมาณถัดไปเพื่อให้ถูกต้องและโปร่งใส พร้อมระบุว่าการเดินหน้าโครงการในลักษณะนี้อาจมี “ราคาที่ต้องจ่าย” หากดึงดันดำเนินการต่อ
ขณะเดียวกันมีข้อกังวลเกี่ยวกับการประชาพิจารณ์โครงการ TH-AI Passport ว่าอาจมีการจัดคนเข้าร่วม โดย น.ส.รักชนก ระบุว่า การประชาพิจารณ์ควรเปิดกว้างให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าร่วมได้ และตั้งข้อสังเกตเรื่องงบประมาณการจัดงาน รวมถึงเงื่อนไขใน TOR ที่ระบุการจัดงานเปิดตัวโครงการที่ต้องมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 200 คน
ด้านนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า กระบวนการของโครงการ TH-AI Passport ไม่ได้เกิดขึ้นภายใน 31 วันตามที่เป็นกระแสข่าว แต่มีการวางแผนมาตั้งแต่ปี 2565 ในสมัยรัฐบาลก่อน ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ และมีการดำเนินงานต่อเนื่องจนถึงปี 2567
ปลัดกระทรวงดีอีกล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีการเตรียมงานและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องก่อนเข้าสู่ขั้นตอนลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 รวมระยะเวลาดำเนินการเกือบ 1 ปี ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเร่งรัดตามที่ถูกกล่าวหาในสื่อ

