“เท้ง” ป้อง “ภาวุธ” ชี้คดี Forex ยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย จี้ DSI เปิดข้อหา ซัดระบอบสีน้ำเงินกินรวบอำนาจรัฐ-เศรษฐกิจ

“เท้ง” ป้อง “ภาวุธ” ชี้คดี Forex ยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย จี้ DSI เปิดข้อหา ซัดระบอบสีน้ำเงินกินรวบอำนาจรัฐ-เศรษฐกิจ
  • Published24 มิถุนายน 2026

“เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยัน “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมเข้าชี้แจงกรณีถูกเชื่อมโยงกับคดีแชร์ลูกโซ่ Forex อย่างเต็มที่ พร้อมเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดเผยรายละเอียดข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน โดยย้ำว่าขณะนี้ยังมีสถานะเป็นเพียง “ผู้ต้องสงสัย” ไม่ใช่ “ผู้ต้องหา” พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการยุติธรรมที่อาจถูกแทรกแซงทางการเมือง และวิจารณ์สิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ว่ากำลังรวบอำนาจรัฐและอำนาจเศรษฐกิจไว้ในเครือข่ายของตน

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีแชร์ลูกโซ่ Forex ว่า จากการพูดคุยเบื้องต้น นายภาวุธมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 25 มิถุนายน จะกลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การที่นายภาวุธออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถือเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับ DSI ในทุกขั้นตอน ขณะเดียวกัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในพรรคก็ได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบคู่ขนานกันไปแล้ว

หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า พรรคไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว และได้หารือกับนายภาวุธมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในอีกด้านหนึ่ง สังคมกำลังตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมในการดำเนินการของ DSI ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

“ทีมกฎหมายต้องระมัดระวังการสื่อสารอย่างมาก เพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อรูปคดีหรือกลายเป็นการตกหลุมพรางทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม” นายณัฐพงษ์ กล่าว

พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันนายภาวุธยังมีสถานะเป็นเพียง “ผู้ต้องสงสัย” เท่านั้น ไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือมีสถานะเป็น “ผู้ต้องหา” แต่อย่างใด ดังนั้น พรรคจึงยังไม่สามารถประเมินรายละเอียดของคดีได้อย่างครบถ้วน และเรียกร้องให้ DSI ชี้แจงข้อกล่าวหาที่ชัดเจนต่อสาธารณชน

เมื่อถูกถามว่า หากในอนาคตสถานะของนายภาวุธเปลี่ยนจากผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ต้องหา และคดีมีความร้ายแรงจนส่งผลต่อภาพลักษณ์พรรค คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร สส. จะต้องแสดงความรับผิดชอบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า พรรคประชาชนมีมาตรฐานการตรวจสอบและการจัดการบุคลากรที่สูงกว่ากฎหมายกำหนด

“หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลของพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด พรรคพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดแน่นอน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐดำเนินคดีต่อทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม หากมีข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายการกระทำผิดอยู่แล้ว ไม่ควรเลือกปฏิบัติหรือมุ่งเป้าเฉพาะบุคคลที่อยู่ในพรรคฝ่ายค้าน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้สมัคร สส. เขต 33 กรุงเทพมหานคร ของพรรคประชาชน โดยตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการของอัยการได้สิ้นสุดลงไปเป็นเวลานานแล้ว แต่กลับมีการเคลื่อนไหวของ ผบ.ตร. ภายหลังจากที่พรรคประชาชนออกมาเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวอาจทำให้สังคมตั้งคำถามได้ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองหรือเป็นความพยายามในการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ พร้อมย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ควรถูกแทรกแซงจากปัจจัยทางการเมือง และต้องยึดหลักความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมาย

ในช่วงท้าย นายณัฐพงษ์ ได้ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองว่า พรรคประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับคดีความทางการเมืองหรือการฟ้องร้องในลักษณะการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น หรือ SLAPP มาโดยตลอด แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือโครงสร้างอำนาจทางการเมืองที่กำลังปรากฏขึ้นในปัจจุบัน

“ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ผมอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่า ระบอบสีน้ำเงินกำลังพยายามรวบทั้งอำนาจรัฐและอำนาจทางเศรษฐกิจเข้ามาไว้ในเครือข่ายของตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในสังคมไทย” นายณัฐพงษ์ กล่าว