“อนุทิน” ซัดพวกแชร์ข่าวปลอมสลิป 7 ล้าน! ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด ลั่นขอคิดก่อนฟ้อง
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลกล่าวอ้างว่า มีการโอนเงินจำนวน 7 ล้านบาทเข้าบัญชีของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าเป็นเงิน “ค่าน้ำชา” ก่อนที่ธนาคารกสิกรไทยจะออกมาชี้แจงว่า ไม่พบเลขที่บัญชีผู้รับเงินตามภาพสลิปดังกล่าวในระบบของธนาคาร
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีดังกล่าว นายอนุทินถามกลับว่า “เขายืนยันแล้วหรือ ขอขอบคุณมาก” เมื่อถามต่อว่ามีความคิดเห็นอย่างไร นายกรัฐมนตรีตอบว่า “ไม่มี”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนรีบแชร์ข้อมูลดังกล่าว ทั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง นายอนุทินกล่าวว่า โบราณเขาบอกไว้ว่า “ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด” พร้อมระบุว่าเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและวุฒิภาวะของผู้ที่นำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อ แต่ยืนยันว่าไม่เป็นไร เพราะท้ายที่สุดข้อมูลดังกล่าวก็ต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยทุกคนควรใช้วิจารณญาณ วิเคราะห์ แยกแยะ และคิดให้รอบคอบก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูล
เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ขอดูก่อน” ก่อนกล่าวถึงภาพโปรไฟล์ของผู้โพสต์ว่า “ภาพคนโพสต์เป็นหัวสุนัข จะไปฟ้องใคร พูดภาษาคนได้หรือเปล่า” พร้อมสอบถามผู้สื่อข่าวว่าบัญชีผู้โพสต์ใช้ชื่ออะไร และกล่าวเพิ่มเติมว่า “มันไม่มีพ่อแม่คนไหนตั้งชื่อลูกว่า Godd Dam หรอก”
ส่วนแนวทางรับมือกับข่าวในลักษณะนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่จำเป็นต้องเตรียมการเป็นพิเศษ แต่ขอให้ยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก โดยทุกเรื่องต้องมีข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนก่อนจะนำไปกล่าวอ้างหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ
นายอนุทินกล่าวต่อว่า “ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามจะมาบอกว่า ผมได้ยินแบบนี้มา เลยออกมาโวยวาย เผยแพร่ พวกนี้ต้องระวัง ทุกวันนี้พูดกันซะยืดยาว บรรยายเนื้อความสาระว่า อันนี้ผมรับฟังมาอีกทีนะ แบบนี้เขาเรียกว่าพยายามจะตีกิน เพราะของทุกอย่างต้องมีหลักฐาน จะกล่าวหาใช้วาทกรรม จึงอยากจะบอกว่าถ้าเป็นกรณีแบบนี้ คณะรัฐมนตรีถูกกล่าวหาแบบนี้ก็ไม่ทราบจะตอบอย่างไร เพราะการกล่าวหาจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน จะไปบอกว่าฟังมาเลยเชื่อว่าโดยดุลพินิจทั้งหลายมันไม่ได้ คนตอบไม่รู้จะตอบอย่างไร”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวติดตลกถึงประเด็นเงิน 7 ล้านบาทที่ถูกกล่าวอ้างว่าโอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยของตนเอง โดยระบุว่า เมื่อตรวจสอบบัญชีกลับพบว่ามีเงินอยู่เพียงหมื่นกว่าบาท พร้อมชี้แจงว่าเลขที่บัญชีที่ปรากฏในภาพ ซึ่งลงท้ายด้วย XXXX-1551 ไม่ใกล้เคียงกับเลขบัญชีของตน
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีการขอหนังสือรับรองเงินฝากเพื่อยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ไม่พบรายการเงินจำนวนดังกล่าวในเอกสารที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องตั้งข้อสันนิษฐานเพิ่มเติม
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการเผยแพร่ภาพสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาทบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวอ้างว่าเป็นเงิน “ค่าน้ำชา” ที่โอนเข้าบัญชีนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม ธนาคารกสิกรไทยได้ชี้แจงว่าไม่พบเลขที่บัญชีผู้รับเงินตามภาพในระบบธนาคาร และระบุว่าการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน เค พลัส สามารถทำรายการได้สูงสุด 5 ล้านบาทต่อวัน ทำให้ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นที่จับตาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

