“สีหศักดิ์” เปิดทางคุย “กัมพูชา” ย้ำชัดต้องปักปันเขตแดนก่อนแบ่งทรัพยากร ชี้ท่าทีดีมีลุ้นคุยต่อ

“สีหศักดิ์” เปิดทางคุย “กัมพูชา” ย้ำชัดต้องปักปันเขตแดนก่อนแบ่งทรัพยากร ชี้ท่าทีดีมีลุ้นคุยต่อ
  • Published18 กันยายน 2026

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 18 กันยายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงผลการประชุมของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ว่า ผลการหารือได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบแล้ว โดยภาพรวมทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และไทยได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การพิจารณากระบวนการดังกล่าวต้องมองในภาพรวมของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา รวมถึงพิจารณาว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นำมาสู่สถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความจริงใจและความจริงจังในการเจรจา โดยการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจำเป็นต้องนำไปสู่ข้อยุติที่ยั่งยืน

สำหรับประเทศไทย จุดยืนที่ชัดเจนคือ ข้อยุติที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีการกำหนดเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาให้ชัดเจนก่อน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นเขตแดน ก่อนที่จะพิจารณาเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของกัมพูชา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฝ่ายกัมพูชาเน้นเรื่องการปักปันเขตแดนเช่นกัน โดยต้องการให้การดำเนินการแล้วเสร็จ เพื่อนำไปสู่การแบ่งปันผลประโยชน์และการพัฒนาร่วมกัน ซึ่งเป็นท่าทีของกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม สำหรับฝ่ายไทยยังคงเน้นการปักปันเขตแดนให้มีความชัดเจน โดยเห็นว่าการพัฒนาร่วมกันและการแบ่งปันทรัพยากรเป็นประเด็นที่จะต้องหารือกันในลำดับถัดไป เพราะจำเป็นต้องทำให้เรื่องการปักปันเขตแดนมีความชัดเจนเสียก่อน

เมื่อถามว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาดีขึ้นหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หากทุกอย่างดำเนินไปด้วยดีและมีท่าทีที่ประนีประนอม ก็อาจมีการเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกัน โดยสะท้อนว่าท่าทีและการดำเนินการของทั้งสองฝ่ายจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อบรรยากาศของความสัมพันธ์และการเจรจาในระยะต่อไป

เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชากลบคูเลตบริเวณเนิน 450 แล้วหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่พื้นที่ดังกล่าวเป็นประเด็นเกี่ยวกับเขตแดนทางบก ไม่ใช่ประเด็นโดยตรงของกระบวนการ UNCLOS ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนทางทะเล

นายสีหศักดิ์ ระบุด้วยว่า ไทยไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกัน และสิ่งใดที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการลดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อบรรยากาศและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสองประเทศเป็นสิ่งสำคัญต่อการเดินหน้าความสัมพันธ์ต่อไป

ก่อนหน้านี้ ในการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ฝ่ายไทยได้ย้ำจุดยืนว่าการกำหนดเขตแดนทางทะเลเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการให้ชัดเจน ก่อนพิจารณาการแบ่งปันผลประโยชน์หรือทรัพยากรทางทะเล โดยกระบวนการประนอมดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป