“นายกฯ” สั่งจับตาภัยไซเบอร์ยุโรป! แฮกระบบตู้แช่ป่วนร้านค้า สั่ง “พณ.-อว.-ตร.” เร่งรับมือ

“นายกฯ” สั่งจับตาภัยไซเบอร์ยุโรป! แฮกระบบตู้แช่ป่วนร้านค้า สั่ง “พณ.-อว.-ตร.” เร่งรับมือ
  • Published3 พฤศจิกายน 2026

นายกฯ อนุทิน สั่งเฝ้าระวังภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ หลังพบแฮกระบบควบคุมความเย็นตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกทั่วยุโรป ทำอุณหภูมิอาหารพุ่งสูง เสี่ยงกระทบคุณภาพสินค้า กำชับกระทรวงพาณิชย์ อว. และตำรวจ เร่งศึกษารูปแบบการโจมตี ประเมินความเสี่ยง และเตรียมมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ หลังพบการโจมตีระบบควบคุมความเย็นของตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งภายในซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงร้านค้าปลีกหลายแห่งทั่วยุโรป ส่งผลให้อุณหภูมิภายในตู้แช่อาหารเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกันทั้งระบบ จนกระทบต่อการรักษาคุณภาพสินค้าอาหารอย่างรุนแรง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ศึกษารายละเอียดของเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างรอบด้าน ทั้งตรวจสอบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และมีรูปแบบการโจมตีระบบอย่างไร พร้อมประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องพิจารณาแนวทางและมาตรการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเงื่อนไขด้านการชำระเงินและการวางหลักประกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ผลิตและผู้ค้าของไทย

ส่วนการเตรียมความพร้อมภายในประเทศ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามในลักษณะเดียวกัน โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งกำกับดูแลงานด้านเทคโนโลยีขั้นสูงและดิจิทัล เข้ามาดูแลระบบและเตรียมมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดการแฮกระบบหรือการนำเทคโนโลยีไซเบอร์มาใช้สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายภายในประเทศ

ขณะเดียวกัน นายอนุทินแสดงความเชื่อมั่นว่า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีศักยภาพในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และศึกษารูปแบบภัยคุกคามดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นในประเทศไทย

นายอนุทินกล่าวว่า “เราต้องสร้างระบบการป้องกัน ให้สามารถรับมือกับภัยทางเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งผมคิดว่าไม่เกินความสามารถหน่วยงานของไทยที่จะปกป้องดูแลผู้ประกอบการ”