“หนุ่ม กรรชัย” เข้าให้ปากคำ “ปอศ.” ช็อกเป็น 1 ใน 1.8 ล้านบัญชีเหยื่อ “องค์กรทำดี” เตือนดาราบริจาคเงินเร่งให้ปากคำ

“หนุ่ม กรรชัย” เข้าให้ปากคำ “ปอศ.” ช็อกเป็น 1 ใน 1.8 ล้านบัญชีเหยื่อ “องค์กรทำดี” เตือนดาราบริจาคเงินเร่งให้ปากคำ
  • Published3 พฤศจิกายน 2026

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 3 พ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูดิท กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม กรรชัย” พิธีกรชื่อดัง เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 บก.ปอศ. ในฐานะพยาน หลังจากเคยร่วมบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดีของ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยใช้เวลาให้ข้อมูลนานกว่า 1 ชั่วโมง

ภายหลังออกมาพบสื่อมวลชน หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า การเข้าให้ปากคำในวันนี้ถือว่า “เรียบร้อย” เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าใครเป็นฝ่ายเรียบร้อย เจ้าตัวตอบอย่างชัดเจนว่า “สำหรับผมเรียบร้อยแล้ว ส่วนคนอื่นจะเรียบร้อยหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป”

หนุ่ม กรรชัย กล่าวต่อว่า ความรู้สึกก่อนและหลังเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เรียกได้ว่า “หน้ามือเป็นหลังเท้า” เนื่องจากข้อมูลที่ตนเองรับทราบมาก่อนหน้านี้ กับข้อเท็จจริงที่ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเข้าไปพูดคุย กลับกลายเป็นคนละเรื่องกัน

ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกเสียความรู้สึกกับใครเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือการได้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยวันนี้เดินทางมาให้ข้อมูลในฐานะพยาน แต่เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่สถานะของตนอาจเปลี่ยนเป็นผู้เสียหาย ซึ่งต้องรอให้พนักงานสอบสวนพิจารณาตามพยานหลักฐานต่อไป พร้อมฝากเตือนบรรดาดาราและศิลปินคนดังที่เคยร่วมบริจาคเงินให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี ควรเร่งเดินทางเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สังคมมองว่าเป็นถึง “เจ้าพ่อวงการสื่อ” ไม่น่าจะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ๆ หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า ทุกคนมีโอกาสตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันได้ทั้งนั้น แม้แต่ตัวเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องกลายมาเป็นหนึ่งใน 1,800,000 บัญชี ที่เกี่ยวข้องกับการร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี

อย่างไรก็ตาม หนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ตนหมดศรัทธาในการทำความดี และยังคงเดินหน้าบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสาธารณกุศลต่อไป เพราะตระหนักดีว่าการที่ตนมีทุกวันนี้ได้ ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของประชาชน แต่หลังจากนี้จะเพิ่มความรอบคอบและตรวจสอบรายละเอียดให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ก่อนตัดสินใจบริจาคเงินให้กับหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ

พร้อมทิ้งท้ายฝากให้สังคมอดใจรอติดตาม เพราะเชื่อว่าอีกไม่นานความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวจะปรากฏออกมาอย่างแน่นอน