“รทสช.” เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ “พีระพันธุ์–อรรถวิชช์–นราพัฒน์” ชูสโลแกนแก้วิกฤตประเทศ

“รทสช.” เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ “พีระพันธุ์–อรรถวิชช์–นราพัฒน์” ชูสโลแกนแก้วิกฤตประเทศ
  • Published22 ธันวาคม 2025

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ประกาศความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งปี 2569 อย่างเป็นทางการ เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และ นราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค พร้อมชูสโลแกน “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” ประกาศจุดยืนและนโยบายหลักเพื่อรับมือวิกฤตชาติในทุกมิติ

ด้านความมั่นคง พรรคเสนอให้ยกเลิก MOU 43–44 โดยระบุว่าเป็นข้อตกลงที่ล้มเหลว ไทยยึดถือฝ่ายเดียว ขณะที่กัมพูชาละเมิดมากกว่า 600 ครั้ง จนนำไปสู่การปะทะยืดเยื้อ พร้อมเสนอให้ล้างไพ่เจรจาใหม่หลังยุติการปะทะ โดยยึดหลักสากลระบบ “สันปันน้ำ” และใช้แผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล พร้อมย้ำจุดยืนต้องชัดเจนในการทวงคืนอธิปไตยเหนือดินแดน

นอกจากนี้ พรรคยังเสนอสร้างรั้วไทย–กัมพูชา เพื่อกำหนดแนวเขตแดนให้ชัดเจน ยึดคืนทั้งดินแดนทางบกและทางทะเล รวมถึงแหล่งพลังงานในทะเล เสริมกำลังและอาวุธให้เพียงพอ ป้องกันการรุกล้ำไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ พร้อมนโยบาย “ออกรบ 200,000 บาท” จ่ายทันทีต่อรอบภารกิจสำหรับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สู้รบจริง แบ่งเป็นการจ่ายย้อนหลังสำหรับผู้ปฏิบัติภารกิจช่วงวันที่ 24–29 กรกฎาคม 2568 และการจ่ายสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยุติสถานการณ์ รวมถึงการดูแลครอบครัวทหารผู้สูญเสียให้สามารถรับราชการต่อได้

พรรคยังเสนอนโยบายเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ รับเงิน 30,000 บาท แยกจากเงินเดือนและสวัสดิการ พร้อมปรับเงินเดือนและเงินเพิ่มช่วยค่าครองชีพทหารเกณฑ์รวม 15,000 บาท เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ขณะเดียวกันเสนอเพิ่มโทษขั้นสูงสุดถึงประหารชีวิตสำหรับผู้โกงเงินแผ่นดินและสแกมเมอร์ เร่งรัดการดำเนินคดีไม่เกิน 2 ปี คดีค้ายาเสพติดยุติการจับแล้วปล่อย และใช้มาตรการคุมขังในเรือนจำกลางทะเลที่ปรับปรุงจากแท่นขุดเจาะร้างในอ่าวไทย

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ระบุว่า รวมไทยสร้างชาติเข้าสู่สนามเลือกตั้งเพื่อเอาชนะวิกฤตชาติด้วยความเด็ดขาด เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก พร้อมยืนยันจะส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรุงเทพมหานครครบทั้ง 33 เขต

ในมิติเศรษฐกิจ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยชะงักงันมากว่า 20 ปีจากการขาดธุรกิจรูปแบบใหม่และการผูกขาด โดยเฉพาะพลังงานและธนาคารพาณิชย์ พรรคจึงเสนอนโยบายปลดล็อกโซลาร์เซลล์ ให้ประชาชนติดตั้งได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และสามารถขายไฟได้ทันที เพื่อลดค่าไฟและรองรับธุรกิจพลังงานสะอาด เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และเซมิคอนดักเตอร์ พร้อมนโยบายลบประวัติเครดิตบูโร จ่ายจบกู้ใหม่ได้ทันที เพื่อปลดล็อกแรงงานกว่า 5 ล้านคนจากกับดักหนี้ และนโยบาย “ราชการงานไว” รวมหลายใบอนุญาตให้จบในคำขอเดียว ลดโอกาสทุจริตและอำนวยความสะดวกการทำธุรกิจ

ด้านการเกษตร นราพัฒน์ แก้วทอง ระบุว่า พรรคจะนำโพแทสเซียมมาผลิตปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนเกษตรกร ตั้งเป้าราคาปุ๋ยไม่เกินกระสอบละ 500 บาท พร้อมตั้งศาลที่ดินเพื่อดูแลปัญหาที่ดินทำกินโดยเฉพาะ แยกชัดเจนระหว่างที่ดินรัฐกับที่ดินประชาชน ลดความขัดแย้ง และเร่งรัดกระบวนการออกโฉนดที่ดินให้รวดเร็วเป็นธรรม