“วิโรจน์” ซัด “ชูวิทย์” มโนเก่ง! กล่าวหาพรรคส้มดีลลับ “บิ๊กโจ๊ก” ไร้ข้อเท็จจริง

“วิโรจน์” ซัด “ชูวิทย์” มโนเก่ง! กล่าวหาพรรคส้มดีลลับ “บิ๊กโจ๊ก” ไร้ข้อเท็จจริง
  • Published20 มกราคม 2026

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นาย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาตอบโต้กรณีที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กล่าวหาว่าพรรคประชาชนมีข้อตกลงกับ “บิ๊กโจ๊ก” สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบคุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นายวิโรจน์ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการนำข้อมูลมาจับแพะชนแกะ ปะติดปะต่อ แล้วใช้จินตนาการส่วนตัวกล่าวหาใส่ร้ายพรรคประชาชน โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีข้อตกลงใด ๆ และเป็นเรื่องเหลวไหลที่ปราศจากข้อเท็จจริงโดยสิ้นเชิง

พร้อมกันนี้ นายวิโรจน์ตั้งคำถามกลับไปยังนายชูวิทย์ ถึงการโจมตีพรรคประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงหลังว่า อาจมีสาเหตุมาจากความเกี่ยวข้องกับนายทหารรายหนึ่งซึ่งเป็น “เพื่อนรัก” ของนายชูวิทย์ และมีภาพถ่ายใกล้ชิดกับอดีตที่ปรึกษาของ ฮุน เซน ซึ่งสังคมตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่

นายวิโรจน์กล่าวว่า หากตนจะใช้วิธีเดียวกับที่นายชูวิทย์ทำ คือการนำภาพถ่ายหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ มาปะติดปะต่อสร้างเรื่องใส่ร้าย ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ไม่ทำ เพราะยังมีมโนธรรมและยังคงให้ความเคารพต่อนายชูวิทย์เสมอ

รองหัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา พรรคยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์จากนายชูวิทย์มาโดยตลอด ตั้งแต่กรณีการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้าใจว่าเกิดจากความผิดหวังส่วนตัว และยังให้ความสำคัญกับคำวิจารณ์ในฐานะความปรารถนาดี แม้กระทั่งกรณีที่นายชูวิทย์ประกาศไม่เลือกพรรคประชาชน พรรคก็เคารพการตัดสินใจในการใช้สิทธิเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม นายวิโรจน์ระบุว่า จุดที่ไม่สามารถยอมรับได้ คือการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะกรณีบทความ “มีทหารไว้ทำไม” ที่พาดพิงข้อความ “มีเทา ไม่เหลือใคร” ซึ่งพรรคประชาชนได้ชี้แจงต่อสาธารณะไปแล้ว แต่ยังคงถูกนำมากระจายซ้ำอย่างไม่หยุดยั้ง

นายวิโรจน์ย้ำว่า การมีอคติหรือไม่ชอบพรรคประชาชนเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่การสร้างเรื่องเท็จอย่างกรณี “พรรคส้มผสมน้ำเงิน” ทั้งที่รู้ว่าไม่เป็นความจริง ถือเป็นการกระทำที่มุ่งหวังผลทางการเมือง เพื่อสร้างผลกระทบเชิงลบต่อพรรคประชาชนอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ นายวิโรจน์เชื่อว่า การแถลงข่าวของนายชูวิทย์ในช่วงบ่ายอาจเป็นการตอบโต้และสร้างประเด็นใหม่เพิ่มเติม แต่ตนขอทำหน้าที่เพียงตั้งคำถามให้สังคมพิจารณาว่า การกระทำทั้งหมดนี้ทำไปเพื่ออะไร และพรรคการเมืองใดคือผู้ได้ประโยชน์ พร้อมฝากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการให้คุณค่ากับข้อมูลและจินตนาการที่ถูกเผยแพร่

นายวิโรจน์กล่าวทิ้งท้ายว่า “คนที่เคยเกลียดกัญชาเข้าไส้ ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นผู้เสพติดกัญชางอมแงมได้นะครับ”