“ศุภจี” หนุนเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เร่งปลดล็อกแคชรีเบต ดึงกองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย

“ศุภจี” หนุนเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เร่งปลดล็อกแคชรีเบต ดึงกองถ่ายต่างชาติลงทุนไทย
  • Published9 ตุลาคม 2026

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.69 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ในอัตรา 450 บาทต่อคน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำหลักเกณฑ์การจัดเก็บและการใช้เงินอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามขั้นตอน พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเงินบางส่วนไปสนับสนุนมาตรการคืนเงินส่งเสริมการลงทุน หรือแคชรีเบต สำหรับกองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสดึงเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทย

วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) นางศุภจีเปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวว่า เรื่องนี้ผ่านการหารือในคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติแล้ว โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนออัตราการจัดเก็บไว้ที่ 450 บาทต่อคน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม

นางศุภจีกล่าวว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดอย่างรอบด้าน ตั้งแต่หลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าธรรมเนียม วิธีการเบิกจ่าย ไปจนถึงวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้ โดยเน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และนำเสนอ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

ส่วนข้อกังวลว่าการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยหรือไม่นั้น นางศุภจีระบุว่า หลายประเทศมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในลักษณะเดียวกันอยู่แล้ว สำหรับประเทศไทยจำเป็นต้องกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบการท่องเที่ยวโดยรวม ทั้งการดูแลความปลอดภัย การจัดทำประกันภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนการนำเงินไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ยังขาดแคลนงบประมาณ เพื่อยกระดับคุณภาพและความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน นางศุภจีได้มอบหมายให้นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำเงินค่าธรรมเนียมบางส่วนมาใช้สนับสนุนมาตรการแคชรีเบตสำหรับกองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติ โดยเฉพาะในกรณีที่มีจำนวนกองถ่ายเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากขึ้น จนวงเงินงบประมาณที่จัดสรรไว้ตามปกติอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ

สำหรับมาตรการแคชรีเบต นางศุภจีกล่าวว่า การประชุมครั้งล่าสุดไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ แต่เน้นแก้ไขปัญหาความล่าช้าในกระบวนการจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถรับเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น หลังจากช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลส่งผลให้กระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการเกิดความล่าช้า

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว จึงเตรียมเร่งดำเนินการจัดการงานที่คั่งค้าง เพื่อให้การจ่ายเงินคืนแก่ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าต่อเนื่อง ลดระยะเวลาการรอคอย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติที่เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดปรับปรุงระบบสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้มีความเท่าเทียมมากขึ้น ระหว่างกองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับผู้ประกอบการภาพยนตร์ไทยที่อยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม โดยมองว่าหากในอนาคตสามารถบูรณาการการทำงานของทั้งสองกระทรวงเข้าด้วยกันได้ จะช่วยให้การบริหารมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์มีความเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย และสร้างโอกาสดึงดูดการลงทุนจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ