“ทักษิณ” ยื่นขอนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สันติสุขฯ หวังล้างมลทินคดีการเมือง ลั่นอยากวางมือใช้ชีวิตสงบ

“ทักษิณ” ยื่นขอนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สันติสุขฯ หวังล้างมลทินคดีการเมือง ลั่นอยากวางมือใช้ชีวิตสงบ
  • Published12 ตุลาคม 2026

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา นายทักษิณได้มอบอำนาจให้ตนยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผ่านศูนย์บริการร่วมของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้พิจารณาวินิจฉัยสิทธิในการได้รับนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568

นายวิญญัติระบุว่า การพิจารณาคำร้องดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ โดยหวังว่าจะมีการตีความกฎหมายอย่างครอบคลุม ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างแท้จริง พร้อมขอให้พิจารณาข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ การยื่นคำร้องครั้งนี้ครอบคลุมคดีที่เกี่ยวข้องกับการขอนิรโทษกรรมทั้งหมด โดยไม่ได้แยกยื่นเป็นรายคดี

นายวิญญัติกล่าวว่า การยื่นคำร้องของนายทักษิณมีเป้าหมายเพื่อขอล้างมลทินจากข้อกล่าวหาและคดีที่เกี่ยวข้อง โดยนายทักษิณต้องการแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการในอดีตเป็นไปเพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองทั้งสิ้น จึงต้องการให้มีการพิจารณาถึงมูลเหตุและบริบททางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับคดีต่าง ๆ ด้วย

“การยื่นของนายทักษิณต้องการล้างมลทิน ท่านต้องการทำให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านทำมาทั้งหมดเพื่อประชาชนและประเทศชาติ และเป็นเรื่องที่ล้วนเกี่ยวกับการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น การยื่นนี้ท่านต้องการล้างมลทินเรื่องที่กล่าวหาท่านและท่านได้รับโทษ ท่านต้องการทำมาหากิน ใช้ชีวิตสงบสุข ท่านอายุมากแล้ว และประสงค์ไม่ยุ่งเรื่องการเมือง หรือไปลงการเมืองอะไร” นายวิญญัติกล่าว

ด้านนายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดเผยว่า ขอให้ตรวจสอบก่อนว่ามีการยื่นคำร้องดังกล่าวเข้ามาอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ หากมีการยื่นเรื่องจริง จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าคำร้องของนายทักษิณเข้าหลักเกณฑ์ที่จะรับไว้พิจารณาตามกฎหมายหรือไม่

นายฉัตรชัยระบุว่า นายทักษิณมีสิทธิยื่นคำร้องตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด โดยหากตรวจสอบแล้วพบว่าเรื่องดังกล่าวเข้าข่ายที่จะพิจารณาได้ คณะกรรมการจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายทักษิณต้องการขอล้างมลทิน โดยให้เหตุผลว่าประเทศกำลังต้องการความสามัคคีและความปรองดองนั้น นายฉัตรชัยกล่าวว่า การยื่นคำร้องต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยจำเป็นต้องตรวจสอบว่าคดีที่ยื่นขอนิรโทษกรรมมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองหรือไม่ หากเป็นคดีทั่วไปที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ก็อาจไม่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายฉบับนี้

นายฉัตรชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ในบางกรณีผู้ยื่นคำร้องอาจจำเป็นต้องแสดงหลักฐานหรือข้อเท็จจริงที่สะท้อนถึงมูลเหตุทางการเมืองของคดี เพื่อประกอบการพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมการยังไม่ได้กำหนดวันประชุมอย่างเป็นทางการ โดยจะประสานสอบถามปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง หลังจากที่อยู่ระหว่างรวบรวมคำร้องต่าง ๆ ที่ยื่นเข้ามา

ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมการจะสามารถจัดประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องได้ในเร็ว ๆ นี้ โดยกระบวนการทั้งหมดต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่วนคำร้องของนายทักษิณจะเข้าข่ายได้รับการพิจารณาตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2568 หรือไม่นั้น ยังต้องรอผลการตรวจสอบและวินิจฉัยจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อไป